- 26 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีนางสร้อยสุดา เจษการมย์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/2 ถนนพานิชสัมพันธ์ ต.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้ร้องเรียนของความเป็นธรรมกับศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า พัดลมเพดานของโรงเรียนเทศบาลวัดรามประดิษฐ์ สังกัดเทศบาลเมืองปากพนัง ต.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ได้หลุดพัดตกใส่ ด.ช.ทิชานนท์ สงนาค หรือ “น้องบอม” อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ป.6/1 โรงเรียนวัดรามประดิษฐ์ จนดั่งจมูกแตกและหักได้รับบาดเจ็บ ทางครูคนหนึ่งได้ควักเงินส่วนตัว 1,000 บาทช่วยเหลือก่อนครูประจำชั้นนำส่ง รพ.ปากพนัง แพทย์ต้องเย็บบาดแผลให้ถึง 7 เข็มและให้กลับมาพักฟื้นที่บ้าน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.วันที่ 22 ม.ค. 2561 ภายในห้องเรียน ป.6 /1 โรงเรียนเทศบาลวัดรามประดิษฐ์ สังกัดเทศบาลเมืองปากพนัง ต.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งนางสร้อยสุดา ได้เข้าแจ้งความเป็นหลักฐานกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง ในวันเดียวกัน แต่เวลาผ่านมา 3-4 วันเรื่องยังเงียบในขณะที่โรงเรียนอ้างผู้บริหารติดประชุมที่กรุงเทพ ในขณะที่ นางสร้อยสุดา เรียกค่าเสียหายและค่าทำขวัญลูกชาย 1 แสนบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
(26 ม.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงาน 26 ม.ค.2561 ได้เดินทางไปที่โรงเรียนเทศบาลวัดรามประดิษฐ์ เลขที่ 169 ถนนศรีสมบูรณ์ ต.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งน้องบอม นักเรียนเคราะห์ร้ายเรียนอย่ชั้น ป.6/1 เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งนางสุภาณี ลาภมี (สวมชุดลูกเสือ) ครูชำนาญการได้นำผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในโรงเรียนเพื่อไปพบกับนายสินชัย สุวรรณดี รองผู้อำนวยการรักษาราชการแทนผู้อำนวยการ
นายสินชัย สุวรรณดี เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเที่ยงครึ่งของวันจันทร์ที่ 22 ม.ค.2561 ที่ผ่านมา ซึ่งในขณะนั้นตนติดราชการนอกพื้นที่ นางสุภาณี ซึ่งรักษาการแทนตน เนื่องจากตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนที่นี่ว่างอยู่ หลังจากตนได้รับรายงานได้สั่งให้ดูแลเด็กให้ดีที่สุด ในเบื้องต้นนำส่งโรงพยาบาล ปากพนัง และที่มีข่าวว่าโรงเรียนมอบเงินให้เพียง 1,000 บาทนั้น ตนเป็นคนสั่งให้ครูสุภาณี มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นการส่วนตัวไปก่อน สำหรับพัดลมเพดาน ที่ใช้อยู่ในโรงเรียน มีอยู่ 2 รุ่น โดยรุ่นที่ร่วงตกใส่เด็กนักเรียน เป็นรุ่นเก่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้นักการภารโรงรื้อถอดพัดลมรุ่นนี้ออกทั้งหมดแล้ว คงเหลือเฉพาะรุ่นใหม่ที่ยังใช้อยู่ตามปกติ
ทางงด้านนางสุภาณี ลาภมี ครูชำนาญการกล่าวว่า เหตุเกิดประมาณช่วงเที่ยงเศษ ๆ ของวันที่ 22 ม.ค. 2561 เกิดเหตุภายในห้องเรียนชั้น ป. 6/1 นักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บ คือ ด.ช.ทิชานนท์ สงนาค อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/2 ถนนพาณิชย์สัมพันธ์ ต.ปากพนัง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พัดลมตกใส่ได้รับบาดเจ็บบริเวณจมูก ตนและเพื่อนครู พร้อมเจ้าหน้าที่นักการของโรงเรียน ได้รีบนำเด็กส่งโรงพยาบาลในทันที โดยได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลปากพนังว่า กระดูกดั้งจมูกของเด็กอาจมีปัญหา จึงได้ขอให้มีการส่งเด็กไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อมกว่าและหลังเกิดเหตุได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นไม่ว่าจะเป็นรักษาการ ผอ. โรงเรียน รวมทั้ง ผอ.กองการศึกษาของเทศบาลเมืองปากพนัง และ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองปากพนัง เนื่องจากโรงเรียน เป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองปากพนัง ซึ่งทางนายพิเชษฐ์ กล้าสุคนธ์ นายกเทศมนตรีและคณะผู้บริหารเทศบาล ได้เดินทางไปเยี่ยมเด็กหลังเกิดเหตุ ทั้งที่โรงพยาบาลและบ้านพัก พร้อมมอบกระเช้าเป็นกำลังใจและยังมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้ ยืนยันว่าไม่ได้ทอดทิ้งหรือไม่เอาใจใส่นักเรียน
ในวันเดียวกันนี้ทางโรงเรียนได้เชิญนางสร้อยสุดา แม่ของ ด.ช.ทิชานนท์ หรือน้องบอม มาพบที่โรงเรียนโดยมี น.ส. ตวงพร ดำฤทธิ์ นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางมาร่วมพูดคุยด้วย โดย น.ส.ตวงพร เป็นตัวแทนของพัฒนาสังคมฯจังหวัด เดินทางมาตรวจสอบเรื่องราวและมอบเงินจำนวน 2,000 บาทตามระเบียบราชการให้กับ ด.ช.ทิชานนท์ หรือน้องบอม และ น.ส. ตวงพร ดำฤทธิ์ ยังกล่าวว่าจากข้อมูลที่รับฟังจากทุกฝ่ายและรวบรวมมาได้พบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย ทางสำนักงานพัฒนาสังคม ฯจะเข้ามาดูแลเพื่อประสานงานทั้งสถานศึกษา ผู้ปกครอง และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือ ดูแลเด็กให้ดีที่สุด ประการสำคัญที่สุดเพื่อให้เด็กและครอบครัว มีขวัญและกำลังใจ ไม่ย่อท้อหรือหวาดหวั่นกับปัญหาที่เกิดขึ้น
ต่อมาคณะครูได้นำสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบห้องเรียนที่เกิดเหตุ และเปิดโอกาสให้ ด.ช.ทิชานนท์ หรือน้องบอม นักเรียนเคราะห์ร้ายที่เดินทางมาเรียนโรงเรียนกับแม่ด้วย โดย ด.ช.ทิชานนท์ หรือน้องบอม เล่าเหตุการณ์ที่เกิดเหตุในทำนองเดียวกับที่นางสุภาณี ลาภมี ครูชำนาญการเล่าให้สื่อมวลชนฟังไปก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วน นางสร้อยสุดา เจษการมย์ แม่ของน้องบอม กล่าวยืนยันว่าได้พบและยื่นข้อเรียกจากกับรักษาการ ผอ.โรงเรียนขอค่าเสียหาย ค่าทำขวัญในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 1 แสนบาทแล้วเรื่องทุกอย่างจบ รวมทั้งในทางคดีด้วย แต่รักษาการ ผอ.ยืนยันว่าทางโรงเรียนไม่สามารถที่จะทำเรื่องเบิกจ่ายเป็นค่าเสียหายหรือทำขวัญให้น้องบอมในกรณีที่เกิดขึ้นได้ แต่เขาจะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจนหายเป็นปกติ ตนจึงคิดว่าเรื่องคงยังไม่จบ เพราะในระหว่างการรักษาตนและน้องบอมต้องไปมาระหว่าง รพ.มหาราชกับบ้านอีกหลายครั้ง ต้องหยุดงานและมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตนก็มีฐานะยากจนจึงอาจจะจัดเลี้ยงน้ำชาขอรับการช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านหรือคนทั่วไป รวมทั้งอาจจะเปิดบัญชีขอรับบริจาคช่วยเหลือทางโลกโซเชียลอีกทางหนึ่ง นางสร้อยสุดากล่าวย้ำในที่สุด.
ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
