- 27 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
คืบหน้ายายวัยอายุ85ปีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีถูกนายตำรวจยศร้อยตำรวจโทสังกัด สภ.ท่าชนะโกงที่ดินสวนยาง/ปาล์มน้ำมัน/ทุเรียนจำนนวน 33ไร่ และถูกปล้น 3ครั้งถูกทำร้ายร่างกายคนร้ายกวาดเงินสดและสร้อยทองคำไปเกือบ 1 ล้านบาท ล่าสุดพาผู้ข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุพบคดีคำพูดของผู้เสียกับพนักงานสอบสวนมีความขัดแย้งกัน ในขณะที่พนักงานสอบสวนระบุที่เกิดเหตุตรวจไม่พบดีเอ็นเอหรือรอยนิ้วมือแฝงของคนร้ายแต่มีการออกหมายจับสามีหนุ่มของผู้เสียหายจนต้องหลบหนีออกจากจากพื้นที่ในขณะเดียวกันนายตำรวจคนดังกล่าวชิงยื่นหนังสือลาออกจากราชการแล้ว
(อ่านข่าวก่อนหน้า : สีกากีฉาวได้อีก..!! ยายวัย85 สุดทน บุกเดี่ยวขอความเป็นธรรม 3 หน่วยงาน หลังถูกนายตร.ใช้อำนาจเถื่อน ข่มขู่เข้ายึดครองที่ดิน 33 ไร่!? (ชมคลิป))
จากกรณีนางบุญพา (พุฒ) มีเดช อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/103หมู่ที่ 18 ต.ประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานียื่นหนังสือถึงนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พลตรี มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 ค่ายวิภาวดีรังสิตและ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมและขอการคุ้มครองความปลอดภัย เนื่องนายตำรวจยศร้อยตำรวจโทสังกัด สภ.ท่าชนะใช้อำนาจในหน้าที่และใช้อำนาจเถื่อนนำครอบครัวบุกเข้ายึดที่สวนยาง/ทุเรียน/ปาล์มน้ำมัน ที่กำลังให้ผลผลิตจำนวน 33 ไร่พร้อมพูดจาข่มขู่เอาชีวิต และหลังจากมีเหตุกับนายตำรวจคนดังกล่าวตนถูกคนร้ายบุกเข้าปล้นบ้านถึง 3 ครั้งและถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส เสียเงินสดไป 750,000 สร้อยคอทองคำหนัก 6 บาท จึงขอเรียกร้องให้ผู้นำ 3 หน่วยงานช่วยดำเนินการให้นำนายตำรวจพร้อมครอบครัวออกจากพื้นที่สวนของตน และประกอบคนที่ถูกตนร้องเรียนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จึงเรียกร้องขอให้ผู้บังคับบัญชาย้ายการปฎิบัติหน้าที่ของนายตำรวจคนดังกล่าวออกจากอำเภอท่าชนะ พร้อมขอกำลังคุ้มครองดูแลความปลอด เนื่องจากตนเป็นคนแก่อยู่บ้านเพียงคนเดียวเกรงจะไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกิดเหตุที่เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น112/103หมู่ที่ 18 ต.ประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ของนางบุญพา (พุฒ) มีเดช ที่เป็นบ้านเกิดเหตุ โดยนางบุญพาได้พาชี้จุดเกิดเหตุต่างๆที่คนร้ายใช้บันไดไม้ไผ่พาดหลังคาและถอดกระเบื้องหลังคาออกแล้วปีนลงไป รื้อค้นตระกล้าใส่ผ้า งัดลิ้นชักโต๊ะบัญชี งัดประตูตู้โชว์และทุบกระจกตู้แตก โดยนางบุญพาระบุว่าจดจำผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนได้อย่างชัดเจนเนื่อง 1 ในคนร้ายที่เป็นนายตำรวจคนดังกล่าวเข้ามาเปิดสวิทไฟฟ้าภายในบ้านทุกดวงพร้อมสั่งลูกน้อง 2 คนที่มาด้วยให้รื้อค้นให้ดีๆเงินสดและทรัพย์สินซุกซ่อนอยู่ในตู้และโต๊ะและในตระกล้าใส่ผ้า ซึ่งคนร้ายอีก 2 คนตนก็จำได้เป็นคนเคยมารับจ้างตัดกรีดยางในสวนของตนเอง ซึ่งได้ให้รายละเอียดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับไปออกหมายจับกุมนายวิชาญ สามีของตนไปไปได้ทำให้ต้องหลบหนีออกจากพื้นที่เนื่องจากเกรงความไม่ปลอดภัย จึงยากขอให้ทุกฝ่ายให้ความเป็นธรรมด้วย
ด้าน พ.ต.ท.อัตพล เขมานุวงศ์ รอง ผกก.สือบสวน สภ.ท่าชนะ ได้เปิดเผยว่าคดีดังกล่าวได้รับแจ้งเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2559 การตรวจสอบและจัดเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุไม่พบดีเอ็นเอหรือรอยนิ้วมือแฝงของคนร้าย แต่การสอบสวนมีพยานบุคคลยืนยันว่าเห็นสามีผู้เสียหายแบกบันไดไม้ไผ่จึงคาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีจึงขออำนาจศาลออกหมายจับ แต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีออกจากพื้นที่ปัจจุบันยังจับกุมตัวไม่ได้ ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นกลางเดือนธันวาคม2560ตามผู้เสียหายอ้างนั้นยังไม่มีการแจ้งความแต่อย่างใด
และล่าสุดมีข่าวรือกันทั้งอำเภอท่าชนะว่า นายตำรวจคนดังกล่าวได้เข้าไปยื่นหนังสือลาออกจากทางราชการต่อ พ.ต.อ.ทักษิน ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะแล้วเมื่อวานนี้ ( 26 มกราคม 2561 ) ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปทาง พ.ต.อ.ทักษิน ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะถึงรายละเอียดดังกล่าวได้รับการยืนยันว่า ร.ต.ท.ถาวโรจน์ จันทร์เพชรคง หรือหมวดโรจน์ได้ยื่นหนังสือลาออกจากทางราชการเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้เกิดความสบายใจของผู้บังคับบัญชา ซึ่งตนเองได้เซ็นอนุมัติมีผลไปแล้วเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 เช่นกัน
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
