- 27 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ได้รับแจ้งจากประชาชนว่าพระตำหนักคำหยาด ม.1 ต.คำหยาด อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง พระตำหนักที่ขุนหลวงหาวัด (เจ้าฟ้าอุทุมพร กรมขุนพรพินิต) ทรงผนวชที่วัดโพธิ์ทอง แล้วสร้างพระตำหนักคำหยาดแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อจำพรรษา แม้แต่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า เมื่อปี พ.ศ. 2450 ได้เสด็จมายังโบราณสถานแห่งนี้ กำลังถูกลืมจากผู้คนในประเทศไทย และชาวจังหวัดอ่างทอง หลังไม่มีหน่วยงานใดเหลียวแลจนเป็นที่อยู่อาศัยของนกพิราบ ประกอบกับพระตำหนักคำหยาดอยู่ในพื้นที่ห่างไกลไม่มีแม้แต่ป้ายบอกเส้นทาง จนประชาชนใกล้เคียงพระตำหนักคำหยาดต่างวิตกกังวลว่าจะไม่เหลือพระตำหนักแห่งเดียวของจังหวัดอ่างทองให้ลูกหลานได้ศึกษาเรียนรู้
บัญชา กล่อมเกลี้ยง ประธานกลุ่มสืบสานศิลปะอ่างทอง กล่าวว่าพระตำหนักแห่งนี้ปลูกสร้างขึ้นตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ เพื่อใช้เป็นที่ประทับแรม เนื่องจากมีพระราชนิยมเสด็จประพาสเมืองแถบนี้ และในขณะเดียวกัน กรมขุนพรพินิต (ขุนหลวงหาวัด หรือ เจ้าฟ้าอุทุมพร) เคยผนวชอยู่ที่วัดราชประดิษฐ์ ได้ทรงนำข้าราชบริพารกับพระภิกษุ ที่จงรักภักดี เสด็จลงเรือพระที่นั่ง ออกจากพระนครศรีอยุธยามาจำพรรษาที่วัดโพธิ์ทองคำหยาด และประทับอยู่ที่พระตำหนักคำหยาดนี้เพื่อไปสมทบกับชาวบ้านบางระจัน
นางเกสร บุญเมือง แม่ค้าขายน้ำปั่นหน้าพระตำหนัก กล่าวว่าตอนนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเลย เพราะป้ายบอกทางมาที่พระตำหนักไม่มีบอกเลย มีแค่ป้ายเดียว แล้วพระตำหนักก็อยู่ลึกและไกล ส่วนทางหน่วยงานมีมาดูบ้าง แต่เหมือนทำงานแบบไม่ประสานงานกัน อยากให้บูรณะบริเวณรอบพระตำหนัก มีกิจกรรมตลาดย้อนยุค จะได้มีคนมาเที่ยวเยอะๆชาวบ้านจะได้มีรายได้จาการขายของ โดยให้ผู้เกี่ยวข้องจัดกรุ๊ปทัวร์มาด้วย เพื่อไม่ให้พระตำหนักคำหยาดไม่ถูกลืม
สำหรับพระตำหนักคำหยาดแห่งนี้ ตั้งโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา ก่อด้วยอิฐถือปูน ขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ยกพื้นใต้ถุนสูง พื้นปูด้วยไม้ มีมุขเด็จยื่นมาออกไปทั้งสองด้าน ได้แก่ ทิศตะวันตกและทิศตะวันออก ผนังชั้นล่างและหน้าต่างภายในเจาะเป็นช่องโค้งปลายแหลม ภายในทาสีดินแดง โครงสร้างอาคารใช้เสากลมและผนังรับน้ำหนัก โบราณสถานทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของพระตำหนักคำหยาด สันนิษฐานว่า เป็นวิหาร หรือ หอพระ ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ฐานสูง มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวอาคาร สภาพในปัจจุบันพระตำหนักคำหยาด เหลือเพียงผนัง 4 ด้าน แต่ยังคงให้เห็นเค้าความงามทางด้านศิลปกรรม ไม่ว่าจะเป็น ลวดลายประตูซุ้มจรนำ หน้าต่าง มีมุขเด็จด้านหน้าและด้านหลัง ภายในทาดินแดงปูพื้นกระดาน ร่องรอยของโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมฉาบฉายให้เห็นถึงเรื่องราวและความทรงจำในสมัยอดีต
ภาพ/ข่าว สุรชัย ผลจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อ่างทอง
