- 29 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ภายหลังจากที่ กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยสถานการณ์ราคาข้าวของไทยว่า ราคาสูงขึ้นเกือบทุกชนิดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือกหอมมะลิและปทุมธานี 1 ซึ่้งมาจากการบริหารจัดการของรัฐบาลทั้งการให้เกษตรลดพื้นที่เพาะปลูก การรักษาเสถียรภาพราคาข้าว จากโครงการสินเชื่อเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือก หรือจำนำยุ้งฉาง และมาตรการกระตุ้นตลาดข้าวในต่างประเทศโดยการเจรจาขายแบบรัฐต่อรัฐระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมทั้งในแถบอาเซียน ตะวันออกกลางและแอฟริกา รวมถึงนโยบายส่งเสริมการขายข้าวในรูปแบบจัดคณะผู้แทนซื้อข้าวล่วงหน้าเพื่อกระตุ้นตลาด กิจกรรมส่งเสริมการขายกับผู้นำข้าวในอเมริกา และยุโรป ส่งเสริมข้าวสีที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การต่อยอดผลิตภัณฑ์จากข้าวโดยใช้นวัตกรรมมุ่งเน้นผลงานวิจัยสร้างผลิตภัณฑ์พิเศษ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร สปาความงามและอาหารสุขภาพ สินค้าออแกนิกที่ผลิตจากข้าว
ต่อมาเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2561 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ตรวจสอบกับ นางประมวล กองสุข อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 5 ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เกี่ยวกับสถานการณ์ราคาข้าวเปลือกในขณะนี้ ภายหลังจาก กล่าวว่ายังไม่ได้ขายข้าวในช่วงนี้เพราะราคาถูกมาก ปัจจุบันนราคากิโลกรัมละ 8 บาทก็เลยยังไม่ขาย รอให้ราคาข้าวเพิ่มอีกสักหน่อย กิโลกรัมละ 15 บาทก็ยิ่งดี ก็ยังจะได้ค่าปุ๋ย ค่าลงทุน เพราะว่าลงทุนไปต่อไร่ เริ่มจากไถ่และพรวนดิน 1,000 บาท ค่าเกี่ยว 700 บาท ต่อไร่ ถ้าราคาขายข้าวต่ำว่า 15 บาทก็จะขาดทุนอย่างแน่นอน โรงสีให้แค่กิโลกรัมละ 8 บาท
ปีที่แล้วในช่วงเดียวกันขายข้าวได้กิโลกรัมละ 10 บาท แต่ก็ยังขาดทุน เพราะต้นทุนสูงเริ่มจากต้องซื้อพันธ์ข้าวหอมมะลิ กระสอบละ 600 บาท ข้าวเหนียว 700 บาท ซึ่งรวมค่าลงทุนต่อไร่ประมาณ 1,700 บาทต่อไร่ ถ้าข้าวราคากิโลกรัมละ 15 บาทก็พออยู่ได้ จึงอยากให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือในเรื่องราคาข้าว ปัจจุบันเป็นหนี้ ธกส.อยู่ 300,000 บาท
ข่าว/ภาพ จิรวัฒน์ บุญจอง ผู้สื่อข่าวทีนิวส์ จ.อุบลฯ
