- 30 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 30 มกราคม 61 ที่หอประชุมเปรมติณณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นาย เลิศพันธุ์ สินบรรเลงเสนาะ นายอำเภอหนองบุญมาก จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตามที่ได้มีการรับแจ้งมาว่า มีกลุ่มบุคคลได้ขอกู้รับเงินจาก องค์การสหประชาชาติ ( UN ) ซึ่งเป็นบุคคลอยู่ในตำบลสารภี อ.หนองบุญมาก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 12 ราย โคยมีพฤติกรรม คือ มีการกล่าวอ้างว่ามีบุคคลสามารถกู้เงินมาจากองค์การสหประชาชาติ ( UN ) นำมาให้กู้ได้รายละ 15 ล้านบาท ต่อราย โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2.8 ต่อปี โดยจะมีค่าใช้จ่ายด้วยการจำหน่ายเสื้อ และต้องมาสมัครเป็นสมาชิกก่อนด้วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวจากการตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว ทราบว่ามีอยู่ประมาณ 2-3 ราย ติดต่อกับบุคคลที่อยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ คนหนึ่ง ( ขอสงวนรายชื่อ ) และจากการสอบถามได้มีการแจ้งมาว่าเป็นข้าราชการ ในตำแหน่งปลัดจังหวัดกาสินธุ์ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์นั้นเป็นผู้ชาย ไม่ใช่เป็นผู้หญิงอย่างที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ตนเองได้มีการแจ้งไปยังทางจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ทราบเรื่องนี้แล้ว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้น่าจะเข้าข่ายว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน
โดยทางเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ที่เทศบาลแห่งหนึ่ง ใน อ.หนองบุญมาก ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มที่เป็นแกนนำ จะทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อประชาชนในพื้นที่ส่งไปให้ราษฎรรายหนึ่ง ที่ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาลูกหนี้กู้วิกฤตชาติ และมีผู้เข้าร่วมสมัครขอกู้เงินจาก องค์การสหประชาชาติ ( UN ) ในพื้นที่อำเภอหนองบุญมาก 12 ราย ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนเองได้ตรวจสอบไปที่ป้องกันจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้รับแจ้งมาว่า บุคคลดังกล่าวที่อยู่เทศบาลแห่งหนึ่ง ของ จ.กาสินธ์ แต่ก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้วจากหลาย ๆ กลุ่มที่เข้าร่วมเอ็นจีโอ ที่เกี่ยวกับกับการกู้หนี้ และในกลุ่มดังกล่าวจะมี นาย ประจินต์ เป็นประธานสภาลูกหนี้แห่งชาติ ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่ามีที่ตั้งอยู่ที่ใด ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ในพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมา ก็มีที่ ตงสารภี อ.หนองบุญมาก และที่ อ.ปักธงชัย โดยที่ อ.ปักธงชัย ตนเองได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ประสานติดต่อไปแล้ว ทราบชื่อว่า นาย แสวง ( ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งตรวจสอบแล้วก็น่าจะเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ตนเองจะดำเนินการทำหนังสือ เป็นลายลักษณ์อักษร แจ้งไปยังกำพนันและผู้ใหญ่บ้าน และจะแจ้งประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ
นาย เลิศพันธ์ุ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้รับการสอบถามจากสื่อมวลชนว่า ที่ อ.หนองบุญมาก นั้น มีคนรวยมาแจกเงินนั้น ตนเองก็ได้แจ้งไปแล้วว่า ลักษณะดังกล่าวนี้ก็เป็นกลุ่มเดียวกัน ซึ่งตนเองได้เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร เข้าไปตรวจสอบแล้ว ซึ่งจากการสอบถามก็ได้รับคำตอบมาว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องแต่อย่างใด ซึ่งนี้ก็เป็นข้อมูลของบุคคลดังกล่าวนี้ ทราบว่าเป็นข้าราชการครูเกษียณแล้ว และได้ไปเข้าร่วมรับฟังการประชุมเรื่องการกู้เงิน ที่ จ.กาสินธุ์ มา กระทั่งต่อมา ได้มีผู้สื่อข่าวได้ลงมาสอบถามเพื่อทำข่าวเรื่องการแจกเงิน ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้ขอให้ทางผู้สื่อข่าวไม่ให้ลงข่าวเรื่องแจกเงินจำนวน 15 ล้านบาท เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับเงิน ( เป็นข้อมูลจากผู้สื่อข่าว แจ้งทางนายอำเภอหนองบุญมาก ) ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการพิจารณาแล้ว เข้าข่ายหลอกลวง ดังนั้นตนเองจึงขอให้ นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการทุกแห่ง ได้ช่วยกันแจ้งให้พี่น้องประชาชนรับทราบด้วย ว่าลักษณะพฤติกรรมดังกล่าวนี้ ไม่น่าจะเป็นความจริง เพราะจำนวนเงินที่กู้นั้นมีจำนวนมากผิดปกติ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวนี้ ยังไม่มีประชาชนในพื้นที่ หรือผู้เสียหายมาร้องทุกข์ กล่าวโทษ ที่สถานีตำรวจภูธรหนองบุญมาก และทางการเองก็ยังไม่สามารถดำเนินการจับกุมอย่างได้แต่อย่างใด แต่ในเบื้องต้นในพื้นที่ของ อำเภอหนองบุญมาก นั้น ตนเองได้ส่งเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ไปแจ้งเตือนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข่าว 3 ครั้งแล้ว เพื่อป้องกันพี่น้องประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และเรื่องดังกล่าวทางอำเภอหนองบุญมาก จะดำเนินการออกสืบสวนหาข่าวต่อไป นาย เลิศพันธ์ กล่าว
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ ดาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
