เดอะโจ๊ก...ไม่เลือกปฏิบัติ !? แม้คดีเกี่ยวข้องกับตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด  เพราะเป็นเรื่องเสื่อมเสียและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

  “แม้คดีนี้จะเกี่ยวข้องกับตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยจะต้องให้ออกจากราชการเพราะเป็นเรื่องเสื่อมเสีย ทั้งยังยืนยันว่าจะต้องแยกตำรวจดีออกจากตำรวจไม่ดี ที่สำคัญคดีนี้เกี่ยวกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย.......!!!!!

      พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง.ผบช.ทท.พร้อมกำลัง ได้จับกุม ด.ต.เชิดชาย ผู้ช่วยท้วม ผบ.หมู่ งานจราจร สน.ลุมพินี อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 0.5 กรัม อาวุธปืน วอลเธอร์ พร้อมแมกกาซีน ขนาด 0.38 จำนวน 1 กระบอก 7 นัด และนายชาคริต ทีหลวย อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาร่วมกรรโชกทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่อพาร์ทเม้นท์ ย่านเย็นอากาศ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. เมื่อสองวันที่ผ่านมา.........!!!!!!

เดอะโจ๊ก...ไม่เลือกปฏิบัติ !? แม้คดีเกี่ยวข้องกับตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด  เพราะเป็นเรื่องเสื่อมเสียและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

        สาเหตุที่จับเพราะก่อนหน้า 1 วัน นายแอนดรู เอียน ไบเลย์ อายุ 25 ปี นักท่องเที่ยวหนุ่ม ชาวแคนาดา และเป็นครูสอนภาษาต่างประเทศ สถาบันชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจท่องเที่ยว ว่า ถูกชายไม่ทราบชื่อล่อลวงผ่านทางเฟซบุ๊ก เป็นชายหน้าตาดี จึงได้นัดมีความสัมพันธ์กัน ………!!!!!
เมื่อถึงเวลานัดหมายมีชายมาเคาะประตู แต่กลับไม่ใช่บุคคลในภาพนายแอนดรู จึงไม่ยอมเปิดประตูให้ ในที่สุดก็มีการยื้อยุดฉุดกระชากกัน จนคนกลุ่มนี้สามารถเข้าไปได้ จากนั้นดาบตำรวจคนดังกล่าวได้พยายามเอายาเสพติดยัดใส่กระเป๋ากางเกง เพื่อตบทรัพย์ แต่นายแอนดรูได้หลบหนีออกจากห้องพักมาได้ จึงเข้าแจ้งความที่ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว  เหตุนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค. เวลาประมาณ 10.30 น. ที่ผ่านมา…….!!!!

       เรื่องนี้.......จริงๆแล้วมันเป็นข่าวอาชญากรรมทั่วไปที่มันเกิดขึ้นทุกวันตามสื่อต่างๆ แต่ข่าวนี้ เพราะ “ตำรวจจับตำรวจ” ต่างหาก ที่ชาวบ้าน สนใจ เหตุการณ์ลักษณ์อย่างนี้เกิดขึ้น บ่อยครั้งหรือเปล่า ต้องบอกว่า ไม่น้อย แต่ไม่มีใครเอาจริงเอาจัง เพราะความเป็นตำรวจ “ลูบหน้าปะจมูก” 

ความหมายจาก พจนานุกรมแปล ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถานว่า “ทำอะไรเด็ดขาดจริงจังลงไปไม่ได้ เพราะเกรงจะไปกระทบกระเทือนพวกพ้องเป็นต้น”

       วันนี้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง.ผบช.ทท.ได้ทำให้เห็นแล้วว่าการทำงานของตำรวจ ยุคนี้ จริงจัง ทุกเรื่องที่เป็นภัยต่อสังคม เป็นภัยต่อความมั่นคง เป็นภัยต่อนักท่องเที่ยว ไม่ใช่แค่จับแล้วปล่อยแต่ทำให้สังคมเห็นภาพชัดขึ้น 

       เช่นควบคุมตัวไปตรวจปัสสาวะพบว่า เป็นสีม่วง สืบประวัติย้อนหลังของดาบตำรวจนายนี้ พบว่าถูกทำทัณฑ์บนหลายครั้ง ทั้งคดียาเสพติดและชอบยัดข้อหา ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน
      พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า  “แม้คดีนี้จะเกี่ยวข้องกับตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยจะต้องให้ออกจากราชการเพราะเป็นเรื่องเสื่อมเสีย ทั้งยังยืนยันว่าจะต้องแยกตำรวจดีออกจากตำรวจไม่ดี ที่สำคัญคดีนี้เกี่ยวกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย”
      พร้อมทั้ง แจ้งข้อหา “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง” แก่ผู้ต้องหาทั้งคู่ และข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านฯ , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” แก่ ด.ต.เชิดชาย และข้อหา “มีและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” แก่นายชาคริต ด้วย

เดอะโจ๊ก...ไม่เลือกปฏิบัติ !? แม้คดีเกี่ยวข้องกับตำรวจก็จำเป็นต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด  เพราะเป็นเรื่องเสื่อมเสียและภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

สุทัศน์ บุญช่วยเหลือ คอลัมน์ที่นิวส์ ศูนย์ข่าวตะวันออกรายงาน