- 31 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 31 มกราคม 2561 จังหวัดตรังหากพูดถึงแหล่งผลไม้ต้องยกให้ อ.รัษฎา เป็นแหล่งปลูกผลไม้ที่ขึ้นชื่ออาทิ ฝรั่งแป้นสีทอง มะละกอเรดเลดี้ และที่ศูนย์การเรียนรู้ ม.7 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง ได้มีกลุ่มเกษตรกรบ้านกลางเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรรุ่นใหม่หัวไวใจสู้ ม.7 ต.ควนเมา อ.รัษฎา จ.ตรัง พร้อมด้วย นายสุรวุฒิ ขันธ์คง ผอ.กศน.อ.รัษฎา นายประภาส นวลจันทร์ อดีตผอ.เชี่ยวชาญโรงเรียนวัดควนเมา คศ.4 และนายสมนึก ธรรมกิจ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ต.ควนเมา ได้รวมตัวกัน ปลูกเมล่อนพันธุ์พอร์ท ออเร้นจ์ ผลักดันผลไม้ทางเลือกให้เป็นผลไม้หลักของอำเภอรัษฎา ซึ่งเมล่อนจะมีลักษณะมีผิวเปลือกสีเหลืองทอง ส่วนเนื้อข้างในจะเป็นสีส้ม และมีกลิ่นที่หอมหวาน โดยวิธีการปลูกใช้วิธีแนวเชิงเกษตรอินทรีย์เน้นให้เกษตรกรยุคใหม่การปลูกพืชสลับเกษตรหมุนเวียนพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเกษตรรุ่นใหม่หัวไวใจสู้ จะเน้นให้มีเมล่อนทั้งปีเพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค โดยจะเน้นร่วมกันผลิตได้ขายเป็น
ส่วนความเป็นมาของเมล่อนสายพันธุ์พอร์ท ออเร้นจ์ ทางกลุ่มได้สร้างโรงเรือนเพื่อทดลองปลูกเป็นครั้งแรก เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้เรียนรู้ และให้เป็นพืชทางเลือกที่ช่วยสร้างรายได้เสริมอีกช่องหนึ่ง โดยนำชาวบ้าน จาก 80 ครัวเรือน คัดเลือกมา จำนวน 20 คน ที่เข้ามาศึกษาเรื่องเมล่อนอย่างเดียว โดยเน้นให้ปลูกเมล่อนเป็นพืชหลักของอำเภอรัษฎา สำหรับโครงการดังกล่าวนั้นให้มีส่วนร่วมกันรับนโยบาย 9101 โดยใช้งบประมาณ 250,000 บาท พื้นที่ที่ใช้ปลูกเมล่อน สร้างขนาดโรงเรือน กว้าง 12 คูณ 16 มีทั้งหมดจำนวน 430 ต้น สำหรับราคาขายเมล่อน ตกอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ทั้งนี้ทางกลุ่มจะมีการต่อยอดสร้างโรงเรือนให้สูงจากเดิมอีกด้วย
ด้านนายประภาส นวลจันทร์ กล่าวว่า กล่าวว่าสำหรับแนวคิดหลักในการปลูกเมล่อน สำหรับ การปลูกเมล่อนของกลุ่มปลูกพืชอินทรีย์ เพื่อการค้าของบ้าน กลางเหนือ สืบเนื่องจากว่า ขณะนี้เศรษฐกิจตกต่ำ ผู้ที่ประกอบอาชีพสวนยางพารา และปาล์มน้ำมันในพื้นที่ ทำให้ขายสินค้าไม่ได้ราคาทำให้ เกษตรกรหรือชาวบ้านโดยทั่วไปประสบปัญหา เรื่องของการหารายได้ไม่เพียงพอ กับรายจ่าย ซึ่งตนเองก็ได้มีโอกาสมาพูดคุยกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะต้องเปลี่ยนแนวคิด จากการที่เราคิดแบบเดิมๆ ทำแต่สวนยางพาราอย่างเดียว ปลูกปาล์มอย่างเดียว หรือทำแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ขณะนี้ทำให้เราอยู่ไม่ได้แล้ว อาจจะต้องมีการปรับตัว ให้เข้ากับสถานการณ์ เลยคิดหาแนวทางที่จะปลูกพืชทางเลือก ซึ่งเป็นพืชทางเลือกที่พอไปได้ดังนี้ มองแล้วว่าการปลูกพืชเมล่อน ที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ จึงได้คิดรวมกลุ่มขึ้นมาจำนวน 20 ครัวเรือน ของหมู่ที่ 7 บ้านกลางเหนือตำบลควนเมา อำเภอรัษฎาจังหวัดตรัง ในจำนวนครัวเรือนทั้งหมู่บ้าน 80 ครัวเรือน สรุปว่าได้กลุ่มตัวอย่างที่มาทำเมล่อนร่วมกันทั้งหมด 20 ครัวเรือน เป็น 25 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมู่บ้าน จึงได้มีการวางแผนการจัดการและได้มีการรวมกลุ่มกัน และประกอบกับหมู่บ้านของเราได้รับโครงการ 9101 ได้รับงบประมาณมา 5 แสนบาท จึงได้มาสร้างโรงเรือนสำหรับโรงเรือนแห่งนี้ ได้สร้างในงบประมาณ 250,000 บาท จึงได้ดำเนินการปลูกเมล่อนมาแล้วจำนวน 1 รุ่น ซึ่งรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก ผลปรากฏว่าทำให้ทำหมู่บ้าน ได้เก็บเกี่ยวผลผลิต และได้เพิ่มการวางแผนการตลาด โดยรุ่นนี้ได้ปลูกทั้งหมด 430 ต้น จึงคาดว่าจะทำให้เงินเข้ากลุ่มประมาณ 45,000 บาท ข้ามาทำให้กลุ่มพออยู่ได้ และจากนี้ทางกลุ่มก็จะนำไปออกระเบียบข้อบังคับ โดยจะมีการปันผลให้สมาชิกจำนวน 20 ครัวเรือน เป็นร้อยละ 50 ของบประมาณที่ได้จำหน่ายการขายผลผลิตออกไป ตกอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นกว่าบาท จากนั้นก็จะเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกกลุ่ม ตนจึงคิดว่าใน 2 เดือนจึงทำให้ชาวบ้านพอมีรายได้ เมล่อนนี้จะมีสีเหลืองอร่าม สวย เนื้อข้างในจะเป็นสีส้มสวย มีกลิ่นที่หอมหวาน และยังเป็นพันธุ์ที่ตลาดต้องการด้วยในตอนนี้ กิโลกรัมละ 80 บาท 1 ลูกตกประมาณราคา 100 กว่าบาท นอกจากนี้ทางกลุ่มได้มีการวางแผนเรื่องของการตลาด โดยได้มีการประกาศขายทางออนไลน์ ซึ่งมีออเดอร์เข้ามาประมาณร้อยละ 30 แล้ว และยังมีการขายในตลาดชุมชนเป็นหลัก เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้รู้จักกับพืชตัวใหม่ คือเมล่อนอำเภอรัษฎา และยังมีจำหน่ายที่ตลาดประชารัฐ ของอำเภอรัษฎา และมีจำหน่ายที่โรงพยาบาลรัษฎา โดยที่โรงพยาบาลจะมีการเปิดตลาดทุกวันพุธ เวลา 09.00 น.ไปจนถึงเย็น และจะมีการขายพืชผักทางการเกษตรเป็นผักปลอดสารพิษ หากลูกค้าสนใจสามารถติดต่อได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 089 -465 7471 และสามารถมาเรียนรู้ที่ศูนย์เมล่อนบ้านกลางเหนือหมู่ 7 ตำบลควนเมาอำเภอรัษฎาได้ตลอดเวลา
ภาพ/ข่าว สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง
