- 31 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 31 มกราคม นายเกษม สุดดี นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบอำนาจจากพระราชสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฝ่ายธรรมยุติ เจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร เขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ให้แจ้งยกเลิกสัญญาเช่าอาคารกับผู้เช่าจำนวน 5 ราย ในที่ดินธรณีสงฆ์ บริเวณริมถนนสาวนสน – อ่าวน้อย ใกล้กับแนวเขตวัดธรรมิการามคณะเหนือวัดระบุว่าจะใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อจำหน่ายสินค้าโอท้อปพื้นเมือง เนื่องจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเมืองท่องเที่ยว
“ ล่าสุดสำนักพุทธฯได้ทำหนังสือแจ้งผู้เช่าทุกรายให้ออกจากอาคารภายใน 30 วัน หลังจากได้รับหนังสือแจ้งตามเงื่อนไขสัญญาการเช่า เนื่องจากพบว่าที่ผ่านมาผู้เช่าบางรายค้างจ่ายค่าเช่ามากกว่า 1 แสนบาท ตั้งแต่ปี 2556 รวมทั้งการนำอาคารไปให้บุคคลอื่นเช่าต่อเพื่อประกอบธุรกิจ นอกจากนั้นบางรายไม่จ่ายค่าเช่านานกว่า 20 ปี ยืนยันว่าวัดสามารถยกเลิกสัญญาเช่าได้ในที่ดินธรณีสงฆ์ได้ ส่วนการนำพื้นที่ไปทำร้านจำหน่ายโอท้อปก็เป็นการบริหารจัดการภายในของวัดซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล “ นายเกษมกล่าว และว่า หากมีการร้องเรียนจากผู้เช่า ก็พร้อมที่จะนำหลักฐานต่างๆมาแสดงให้ทราบว่าที่ผ่านมาผู้เช่าผิดสัญญาอย่างไร เนื่องจากอาคารที่วัดให้เช่ามีมูลค่าที่ดินค่อนช้างสูงบริเวณใกล้ชายหาดอ่าวประจวบคีรีขันธ์
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อจากกลุ่มผู้เช่าที่ถูกยกเลิกสัญญา ประกอบด้วยข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น และ ชาวบ้านจะเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ศาลากลางจังหวัด เพื่อขอความเป็นธรรมหลังจากได้รับหนังสือแจ้งให้ย้ายออกภายใน 30 วัน อ้างว่าวัดจะนำที่ดินแปลงดังกล่าวไปให้หลานชายรายหนึ่งของอดีตเจ้าอาวาสวัดเช่า เพื่อเปิดร้านอาหาร แต่ต่อมากลุ่มผู้เช่าที่ถูกยกเลิกสัญญาได้แจ้งยุติการร้องเรียน โดยแจ้งว่ามีลูกศิษย์คนสนิทของเจ้าอาวาสวัดวัดธรรมิการรามโทรศัพท์แจ้งให้อาศัยอยู่ตามปกติ
นายประยูร ปั้นอินทร์ หรือ บุญยัง อายุ 40 ปี ลูกศิษย์คนสนิทของเจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า ตนไม่เคยแจ้งโทรศัพท์ผู้ใดว่าวัดได้ยุติการยกเลิกสัญญาเช่า คาดว่าจะเป็นการแอบอ้าง หลังจากเจ้าอาวาสมีหนังสือลงวันที่ 18 มกราคม 2561 แจ้งยกเลิกสัญญาเช่าส่งถึงผู้เช่าทั้ง 5 ราย หลังจากก่อนหน้านี้มีผู้เช่าบางรายได้เดินทางมาพบเจ้าอาวาสเพื่อขอเช่าอาคารต่อ แต่ที่ผ่านมามีปัญหาจากการค้างค่าเช่าและบางรายนำอาคารไปใช้ประโยชน์อื่น ส่วนกรณีที่จะมีการเปิดขายสินค้าโอท้อปนั้น เป็นโครงการในอนาคต ขณะนี้วัดยังไม่มีผู้ประกอบการเพื่อดำเนินการแต่อย่างใด หากผู้เช่ายอมย้ายออกจากอาคารก็จะไม่มีการอนุญาตให้ผู้ใดเข้าใช้อาคารดังกล่าวตามข้ออ้างของผู้เช่าบางราย
///////////////ภาพ/ข่าว เสกสรรจันทร ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิว์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
