- 31 ม.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 31 มกราคม 2561 พระเถระชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต นำโดยพระราชสิริมุนี เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต, พระครูเมตตาภิรม เจ้าคณะอำเภอเมืองภูเก็ต, พระครูพรหมประภัสสร เจ้าคณะอำเภอถลาง รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระนางสร้าง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยนายวิญญา ปลัดขวา ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต นายทวี หอมหวล โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดภูเก็ต นายปิยวัฒน์ จิรจามรนายกเทศมนตรีตำบลเทพกระษัตรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมสังเกตการณ์และวางแนวทางในการรื้อถอนรูปหล่อหลวงพ่อแช่ม วัดฉลองหรือวัยไชยธาราราม เกจิชื่อดังของจังหวัดภูเก็ต ขนาดความสูง 30 เมตร ซึ่งมีการก่อสร้างไว้บริเวณหน้าวัดพระนางสร้าง เนื่องจากมีการร้องเรียนผ่านโซเซียลมีเดียว่า รูปหล่อหลวงพ่อแช่มดังกล่าว มีขนาดไม่สมส่วน และเป็นสิ่งก่อสร้าง 1 ใน 17 รายการ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาวัดพระนางสร้าง ที่ได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมคณะสงฆ์จังหวัดภูเก็ต มีมติให้ทำทุบทำลาย รื้อถอนและเคลื่อนย้ายไปยังจุดเหมาะสม ก่อนที่จะมีการภูมิทัศน์พื้นที่บริเวณรอบวัดต่อไป นอกจากนี้ยังได้มีการประกอบพิธีบวงสรวงตามหลักศาสนาและความเชื่อ ทั้งพิธีพราหมณ์และพิธีสงฆ์ เพื่อขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ก่อนทำการการปรับภูมิทัศน์และปรับทัศนียภาพ รวมทั้งรื้อถอนและทุบทิ้ง เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบางรายการที่อยู่บริเวณรอบฐานองค์หลวงพ่อแช่มไปแล้ว เช่น อาคารเก๋งจีน รูปปั้นเซียน รูปปั้น รูปปั้นพระพิฆเนศ เป็นต้น โดยในครั้งนี้ได้มีการนำเครื่องจักรหนัก เช่น รถแบ็คโฮ เป็นต้น และคนงาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลเทพกระษัตรี และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงภาคเอกชนในพื้นที่ มาร่วมกันวางแผนการรื้อถอนรูปหล่อองค์หลวงพ่อแช่ม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากเป็นรูปหล่อที่มีขนาดใหญ่และมีความสูงถึง 30 เมตร โดยเริ่มจากการใช้ลวดสลิงรัดบริเวณมือซ้ายซึ่งถือไม้เท้าให้หักลงมา จากนั้นจึงได้ใช้สายสลิงรัดในส่วนลำตัวท่อนบนเพื่อดึงให้ร่วงหล่นลงมา แต่ปรากฏว่าไม่สำเร็จ เนื่องจากสายสลิงมีขนาดเล็ก และระหว่างนั้นก็ได้มีฝนตกลงมาประมาณ 15 นาที
จากนั้นได้เปลี่ยนแผนเป็นการนำสายสลิงรัดบริเวณมือขวาซึ่งถือพัดยศให้ร่วงลงมา โดยครั้งแรกไม่สำเร็จเนื่องจากสายสลิงขาด แต่สุดท้ายก็สามารถดำเนินการจนสำเร็จ ต่อจากนั้นได้วางแผนว่าจะใช้วิธีเดียวกันเพื่อดึงในส่วนของเศียรลงมา แต่ปรากฏว่าไม่สำเร็จเพราะสายสลิงขาดถึง 2 ครั้ง จึงได้มีการวางแผนกันใหม่ โดยใช้รถแบ็คโฮกระเทาะเอาส่วนของนิลและปูนที่เคลือบองค์พระออกและเจาะเสาค้ำซึ่งห่อไว้ด้วยเหล็กเส้นเพื่อยึดองค์พระไว้ออก จากนั้นก็ใช้รถแบ็คโฮกะเทาะพนักเก้าอี้ก่อนที่องค์พระจะพังคลืนลงมาทั้งองค์ โดยมีประชาชนมาคอยเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามการรื้อถอนเป็นจำนวนมาก
ข่าว/ภาพ อุทัย แสงสุวรรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ภูเก็ต
