- 01 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 13.00 น วันที่ 1 ก.พ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ นำโดยนายประยุทธ สุนทรนันท์ กู้ภัย 5 กรรมการสมาคมฯ ได้เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน กับ ร.ต.อ.กิติศักดิ์ อุดมรักษ์ รอง สว.(สอบสวน )สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ดำเนินคดีกับพระศิลา แก้วศรี ฉายา จตตมโล อายุ27 ปี พระลูกวัดไชยภูมิ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นชาว อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี หลังจากที่พบเฟสบุ๊ค ชื่อ ศ.จตตมโล เชิญชวนบริจาคเงินเพื่อก่อตั้งสมาคมจิตอาสา และเข้ากองทุน จิตอาสา จตตมโล เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์กู้ภัย โดยพบว่ามีการใช้สัญญลักษณ์ของสมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา ทำให้ประชาชนอาจจะหลงเชื่อเข้าใจผิด เนื่องจากไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมาคมอยุธยารวมใจ จึงพาตัวเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อทำการการสอบสวนพระศิลา พร้อมทำการสึกจึงได้นำตัวไปให้พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าอาวาสวัดศาลาปูนวรวิหาร และเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา ทำการสึก จากนั้นนำตัวมาให้เจ้าหน้าที่สอบสวน ซึ่งในที่สุดนายศิลา ขอโทษที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และจะไม่ทำเช่นนี้อีกสมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยาจึงให้อภัยไม่ติดใจเอาความ
นาย ศิลา ยังเปิดเผยว่า ยอมรับสารภาพว่าได้ใช้ตราสัญลักษณ์จริง เพื่อที่จะหาเงินตั้งกองทุน แต่ไม่ได้เจตนาที่จะหลอกลวง และตนยอมรับว่าไม่ได้แจ้งกับทางสมาคมอยุธยารวมใจที่เอามาใช้ ส่วนชื่อสมาคมจิตอาสา จตตฺมโล นั้นตนเองตั้งขึ้นมาโดยไม่ได้ขออนุญาตและจดทะเบียนเป็นสมาคมอย่างถูกต้อง และตนเพิ่งโพสลงเฟสบุ๊คไปเมื่อคืนที่ผ่านมาโดยยังไม่มีใครโอนเงินบริจาคเข้ามาบัญชีธนาคารเลย จากนั้นจนถูกเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจตามหาตนเองจนพบที่วัดแล้วได้เชิญตัวมาพูดคุยที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา อีกทั้งตนเพิ่งจะมาบวชได้ 9 วันและ จำวัดอยู่ที่วัดไชยภูมิ และโดย ก่อนหน้าที่ตนจะมาบวชอยู่วัดไชยภูมิแห่งนี้ ได้บวชเป็นพระอยู่ที่วัด แห่งหนึ่งในจ.สุพรรณบุรี ประมาณ 3 พรรษา แล้วได้ก่อเหตุนำน้ำชาเย็นผสมเข้ากับยาบ้า แล้วได้นำมาถวายให้เจ้าอาวาสวัดดอนกลาง จ.สุพรรณบุรี ฉัน
จากนั้น แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับเจ้าอาวาส ถึงกับงงว่าตนเองไม่ได้เสพยาบ้าแต่พอตรวจร่างกายพบปัสสาวะ เป็นสีม่วง ทำให้เจ้าอาวาสเกือบถูกดำเนินคดี แต่โชคดี เจ้าอาวาสมีกล้องวงจรปิดในวัดจึงกระจ่างเห็นว่าตนเป็นคนกระทำ สาเหตุที่ทำลงไปเพราะแค้น ที่เจ้าอาวาสไม่รับตนให้จำวัดอยู่ในวัดแห่งนี้ ซึ่งตนอย่างจะจำอยู่วัดแห่งนี้อย่างมาก หลังก่อเหตุจนถูกจับและถูกจับสึกการเป็นพระ อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดี ตั้งข้อหา ตน เองในข้อหามียาเสพติดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมปนอาหารหรือเครื่องอุปโภคบริโภค และการปลอมปนนั้นก่อให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ รวมถึงแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน ในทางคดีได้ประกันตัวมา จนได้เดินทางหนีมาบวชพระ ที่ จ.อยุธยา แล้วมาอ้างทำเรื่องให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหน่วยกู้ภัยอยุธยาอีก
ภาพ/ข่าว เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.พระนครศรีอยุธยา
