- 01 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้ว่าฯโคราชเรียก 22 หน่วยงานศูนย์ปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดนครราชสีมา หลังจากมีข่าวกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบัวใหญ่ มีกิ๊กเป็นเด็กนักเรียนชั้น ม.2 และ ยังมีคดีความที่เกี่ยวเนื่องกับการล่วงละเมิดทางเพศ กับเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ย้ำชัดหากเกิดมีกรณีเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในศูนย์ปฏิบัติการต้องประสานให้ความช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในพื้นที่เพื่อการเยียวยาเบื้องต้นในทันที กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ให้เข้มข้นกับคดีที่เกิดขึ้น พร้อมวางแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยการดึงกลุ่มองค์กรภาคเอกชน (NGO) 5 องค์กร เพื่อเข้าร่วมในการแก้ไขปัญหา ในการปราบปรามการค้ามนุษย์ให้หมดไปจากพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
วันที่ 31 มกราคม 2561 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดนครราชสีมา ประจำปี 2561 โดยมีนายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายอนันต์ ดนตรี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฯ และอนุกรรมการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 22 หน่วยงานเข้าร่วมประชุม โดยที่ประชุมคณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัดฯ พร้อมรับทราบข้อสั่งการของนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบให้หมดสิ้นไปจากประเทศ ผู้กระทำผิดฐานค้ามนุษย์จะได้รับการลงโทษอย่างร้ายแรง ซึ่งหากพบเห็นเบาะแสหรือเหตุการณ์ค้ามนุษย์ สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายวิเชียร กล่าวว่าจากเหตุการณ์ที่เป็นข่าวโด่งดัง คดีเกี่ยวกับเด็กนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ในปัจจุบัน ที่ส่อตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยเรี่องนี้เมื่อเป็นข่าวในโซเชียลหรือตามสื่อต่างๆ ก็ได้กำชับให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบประชาชนชนในพื้นที่ ให้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดและรวดเร็ว เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หากดำเนินการล่าช้าก็มีปัญหาอื่นๆติดตามมา ทางด้านนายศักดิ์ฤทธิ์ สลักคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขอให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ซึ่งมีเครือข่ายอยู่ทุกอำเภอเพิ่มความเข้มแข็งในการทำงานให้มากกว่านี้ พร้อมให้ทำงานเชิงรุกในการค้นหาประเด็นปัญหาของเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกฝ่ายจะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด พร้อมนี้ที่ประชุมเสนอให้เชิญกลุ่ม NGO. (Non-government Organizations) คือ องค์กรเอกชนเพื่อสาธารณประโยชน์ เช่น การพัฒนาชนบท, การพัฒนาชุมชนเมือง, การพัฒนาเด็ก, การพัฒนาสตรี, สิทธิเด็กและสตรี โดยเฉพาะเรื่องที่หน่วยงานของรัฐไม่สามารถทำได้หรือทำได้ยาก เข้ามาเป็นอนุกรรมการเพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนให้ตรงจุดต่อไป
ภาพข่าว ปชส.นม ข่าว นายมานะ แย้มจะบก ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดนครราชสีมา
