- 03 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา12.30น. วันที่2ก.พ.2561 ที่ผ่านมา โดยการอำนวยการสั่งการของนายสิทธิศักดิ์ แย้มพรายภิรมย์ นายอำเภองาว จ.ลำปาง สั่งการให้นายนิติธร อินทร์แฝง ปลัดป้องกันฝ่ายความมั่นคงอำเภองาว ประสาน นายธงชัย ป่าหลวง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.21(แม่ตีบ) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.19 (แม่โป่ง)ชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามประจำจังหวัดลำปาง สายที่ 1 นำโดย ด.ต.วสุอนันต์ สารีพันธ์, ด.ต.กฤษดา ศรีจำปา ด.ต.คมชาญ เหรียญทอง นายพีระเมศวร์ ตื้อตันสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท และเจ้าหน้าที่ทหารค่ายฝึกรบพิเศษประตูผา รวมกว่า30นาย สนธิกำลังกัน เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ป่าห้วยปู่หล้า ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งซ้าย ท้องที่บ้านปากบอก หมู่ที่ 6 ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ได้มีกลุ่มทุน จากต่างถิ่น ได้เข้ามาในพื้นที่กว้านซื้อที่ดิน ต่อจากที่ทำกินเดิมของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ “กาแฟ” มีการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง ฉีด พ่น ต้นกาแฟ และจ้างแรงงานในพื้นที่เป็นผู้เก็บผลผลิต โดยการใช้เครื่องจักรกลกะเทาะเปลือกเมล็ดกาแฟ แล้วปล่อยน้ำเสียลงในลำห้วยให้ไหลไปตามกระแสน้ำไหลลงสู่แม่น้ำงาวด้านล่าง ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำกว่า อันอาจเป็นอันตรายต่อคน สัตว์เลี้ยง ซึ่งบริโภค หรือใช้น้ำจากแม่น้ำงาว ได้ กลุ่มทุนจากต่างถิ่นดังกล่าว จะชักชวนกันมาปลูกสร้างสวนกาแฟเพิ่มปริมาณพื้นที่เพาะปลูกเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าบุกเบิก แผ้วถางป่าแล้วขายให้กับนายทุนทำเป็นอาชีพเป็นล่ำเป็นสันโดยไม่เกรงกลัวต่อบทกฎหมายบ้านเมือง หากปล่อยเนินนานไป ป่าจะถูกบุกรุกแผ้วถางไปมากกว่านี้ จึงได้ร้องเรียนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบ พื้นที่ตามที่มีผู้ร้องเรียน พบว่าที่ครอบครองไม่มีเอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่มีการขออนุญาตเข้าทำกินในป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งซ้าย ตรวจวัดพบว่าพื้นป่าถูกบุกรุก เนื้อที่ประมาณ 67 ไร่ 0 งาน 58 ตารางวา เจ้าหน้าที่ได้สอบถาม นายทองชัย วงศ์ดวง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านปากบอก หมู่ที่ 6 ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง ชี้แจงให้ถ้อยคำว่า พื้นที่แปลงเพาะปลูกต้นกาแฟดังกล่าวเป็นของตนเอง และได้ให้ผู้อื่นมาทำประโยชน์ในที่ดินโดยการปลูกต้นกาแฟ และขณะเข้าตรวจสอบในพื้นที่ป่า ได้มีรถยนต์4คัน ขับเข้ามาตามเส้นทางข้างลำห้วยปู่หล้า ซึ่งเป็นทางตัน มีกลุ่มบุคคลทั้งชายและหญิง นั่งโดยสารมา เจ้าหน้าที่ได้สอบถาม ทราบว่าพวกตนเองเป็นเจ้าของต้นกาแฟที่ปลูกไว้ข้างลำห้วยปู่หล้า และเป็นชาวบ้านอำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง ได้เช่าจากนายทองชัย หรือยก วงศ์ดวง ผู้ใหญ่บ้านปากบอก เพื่อขอเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งเดิมนั้นที่ดินบริเวณดังกล่าวเป็นไร่ข้าวโพดมีผู้อื่นเช่าทำประโยชน์ในที่ดินมาก่อน ประมาณปี พ.ศ. 2549 พวกตนได้ตกลงเช่าที่ดินกับนายทองชัย เพื่อปลูกต้นกาแฟ โดยตกลงค่าเช่าเป็นเงินรายปีประมาณปีละ 2,000 ถึง 3,000บาท ขึ้นอยู่กับผลผลิตกาแฟที่เก็บเกี่ยวและจำหน่ายได้ จากการตรวจสอบพื้นที่แปลงเพาะปลูกพืชต้นกาแฟ พบมีภูมิประเทศเป็นภูเขา ตั้งขนาบอยู่ทั้ง 2 ด้าน โดยลำห้วยปู่หล้าอยู่กลางระหว่างภูเขาทั้ง 2 ลูก ที่ดินมีความลาดชันของพื้นที่เกินกว่า 35 เปอร์เซน พื้นที่ข้างเคียงบนภูเขามีต้นไม้ธรรมชาติขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ในแปลงที่ดิน
และยังพบสิ่งปลูกสร้าง (กระท่อม) จำนวน 8 หลัง ปลูกสร้างด้วยโครงสร้างไม้ และพบแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดกฎหมาย เข้าข่ายเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือ ทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54, 72 ตรี วรรคแรก วรรคสาม, 74 ทวิ ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ วรรคแรก ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 ข้อ 11 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา14 ประกอบมาตรา 31 ฐาน “ร่วมกันยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์หรืออยู่อาศัย ในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง ทำไม้ หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต” มาตรา 26/1 ซึ่งการดำเนินการในข้างต้น เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้กระทำผิดซึ่งหน้า แต่ได้มีการสอบปากคำในเบื้องต้น จึงได้นำหลักฐาน การสอบปากคำ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.งาว เพื่อทำการสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตามกฎหมายต่อไป
ภาพ/ข่าว สุรชัย แก้วหนองยาง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดลำปาง
