- 04 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(4 ก.พ.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่าจากการตรวจสอบพื้นที่เกษตรใน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ พบว่า มีชาวนาหลายราย ลงมือทำนาในฤดูนาปรัง โดยการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในการทำนา โดยใช้วิธีสูบน้ำบาดาลด้วยเครื่องยนต์เกษตร
ซึ่งการสูบน้ำแบบนี้จะมีต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถึงไร่ละ 350-400 บาทต่อการทำนาปรัง 1 ฤดู ซึ่งต้องสูบน้ำถึง 4 ครั้ง แต่ชาวนาจำเป็นต้องสูบน้ำเสี่ยงทำนาปรังที่มีความหวังว่ายังพอเหลือกำไรบ้าง เพราะหากงดทำนาไปเลย ครอบครัวจะขาดรายได้ ความเดือดร้อนทางการเงินและการก่อหนี้สินก็จะมีมากขึ้นตามมา
สมพงค์ สุจริส เกษตรกรชาวนาบ้านน้ำโจ้ ต. แก อ.รัตนะบุรี จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนหว่านข้าวทำนาปรังข้าวหอมมะลิมาแล้ว 1 เดือน พอข้าวเริ่มแตกใบเขียวก็มาสูบน้ำบาดาลใส่นาข้าว หลังจากทำนาปี ชาวบ้านน้ำโจ้ปลูกข้าวนาปรังกันหลายๆคน คนละ 6 ไร่ 8 ไร่บ้าง ตนปลูกข้าวนาปรัง ปีนี้ 10 ไร่ ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยปลุกข้าวครับ เห็นน้ำบาดาลมันออกดี จากใต้ดิน บ้างคนก่อปลูกข้าวโพด ปลูกถั่ว แต่ตนไม่เอาขอปลูกข้าวนาปรังดีกว่า ตนมีข้าวพันธ์หอมมะลิอยู่ ปลูกข้าวไว้กินเองในครอบครัว เหลือค่อยเอาไปขาย ในราคากิโลกรัมละ 10-11 บาท ก็พออยู่ได้ ไม่ต้องไปหางานทำที่ไหน ทำนาอยู่บ้านกับภรรยาดีก็มีความสุขดี ได้เลี้ยงวัว ได้ทำนา ให้แต่ลูกๆ ไปทำงานที่กรุงเทพฯ
ภาพ/ข่าว ยอด แข่งขัน ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์
เรียบเรียง ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
