- 05 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เกษตรจังหวัดกระบี่ เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคราน้ำค้างในพืชตระกูลแตง
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 61 นายประคอง อุสาห์มัน หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร รักษาการเกษตรจังหวัดกระบี่ ออกมาเตือนเกษตรกรที่ปลูกพืชผักทุกชนิดต้องระมัดระวังโรคราน้ำค้างที่มักพบในพืชตระกูลแตงตระกูลกะหล่ำรวมถึงข้าวโพดฝักอ่อน ราน้ำค้างเป็นโรคที่พบบ่อยในช่วงที่มีอากาศชื้นเชื้อราสาเหตุชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตและแพร่ระบาดทำความเสียหายรุนแรงในขณะที่อากาศมีความชื้นสูงอุณหภูมิต่ำระหว่าง 16-24 องศาเซลเซียส ดังนั้นเกษตรกรควรหมั่นสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอเมื่อเริ่มพบอาการของกลุ่มผงสีขาวหรือเทาของสปอร์เชื้อราที่ด้านใต้ใบให้เตรียมการป้องกันหรือขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด
เพื่อควบคุมและหาทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง
นายชำนาญ นุ่นดำ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ราน้ำค้างเกิดขึ้นได้กับผักทุกระยะการเจริญเติบโตตั้งแต่เริ่มงอกจากเมล็ดจนกระทั่งต้นแก่อาการเริ่มแรกจะเกิดขึ้นที่ด้านใต้ใบโดยจะสังเกตเห็นกลุ่มผงสีขาวหรือเทาของสปอร์และเส้นใยของเชื้อราเกิดขึ้นเป็นกลุ่มๆ ต่อมาด้านหลังใบตรงที่เดียวกันก็จะเกิดแผลสีเหลืองๆ เนื่องมาจากเซลล์ตายและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในที่สุดเนื้อใบตรงที่เกิดแผลจะมีลักษณะบางและมีขอบเขตไม่แน่นอนแต่ค่อนข้างจะเป็นรูปเหลี่ยมในกรณีที่เป็นรุนแรงมีแผลเกิดจำนวนมากทั่วไปอาจทำให้ทั้งใบเหลืองและแห้งตาย สำหรับในใบอ่อนหรือใบเลี้ยง เมื่อเริ่มมีแผลสีเหลืองขึ้นที่ด้านหลังใบ ใบมักจะหลุดร่วงออกจากต้นก่อนที่จะแสดงอาการมากกว่านี้โรคในระยะกล้านี้มักจะรุนแรงทำให้ต้นโทรมอ่อนแอและอาจถึงตายได้
โดยเชื้อสาเหตุ เชื้อรา Peronospona parasitica ในผักที่ใบห่อเป็นหัว เช่น กะหล่ำปลีและผักกาดขาวปลีอาการบนใบที่ห่อจะมีลักษณะแตกต่างไปจากใบปกติที่คลี่ คือจะเกิดเป็นแผลจุดสีดำเป็นแอ่งจมลงไปในเนื้อใบขนาดต่างๆ กัน อาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ หรือโตขนาดเหรียญบาทเช่นเดียวกันกับจำนวนแผล อาจมีเพียงไม่กี่แผลหรือเกิดขึ้นเต็มทั้งหัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและความรุนแรงของโรคขณะนั้น ในกะหล่ำดอกและบรอกโคลีนอกจากใบแล้วเชื้ออาจเข้าทำลายส่วนของดอกหรือช่อดอก ทำให้เกิดแผลสีน้ำตาลหรือดำขึ้นที่ส่วนผิวนอกสุดเป็นหย่อมๆ หรืออาจลามคลุมหมดทั้งดอกหากเป็นมาก
ทั้งนี้การแพร่ระบาด การระบาดระหว่างต้นพืชส่วนใหญ่จะเกิดจากโคนิเดีย ซึ่งปลิวแพร่กระจายโดยลมหรือติดไปกับสิ่งที่ เคลื่อนไหวต่างๆที่ไปสัมผัสถูกต้องเข้าเมื่อโคนิเดียพวกนี้ตกลงบนใบพืชและมีสิ่งแวดล้อมเหมาะสมก็จะงอกออกมาเป็นเส้นใยภายใน 3-4 ชั่วโมง จากนั้นก็จะเข้าไปภายในใบพืชโดยผ่านทางช่องปากใบ (stomata) ก่อให้เกิดอาการโรคแล้วสร้างโคนีเดียขึ้นใหม่ได้อีกภายใน 4-5 วัน สำหรับการระบาดข้ามฤดูส่วนใหญ่จะเกิดจาก oospore ซึ่งติดอยู่ตามเศษซากพืชที่หลงเหลือปล่อยทิ้งไว้ตามดินปลูก หรือติดไปกับเมล็ดพันธุ์หรือจากเชื้อที่อาศัยอยู่กับต้นที่งอกขึ้นมาเองนอกฤดูปลูกหรือต้นที่ขึ้นอยู่ในบริเวณใกล้เคียงแปลงปลูก
สำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ จึงแนะนำวิธีการป้องกันกำจัด โดยให้เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาดปราศจากเชื้อปะปนอยู่ หากไม่แน่ใจให้ทำลายเชื้อดังกล่าวโดยนำไป
จุ่มแช่ในน้ำอุ่น 45-50 องศาเซลเซียส นาน 25 นาที ไม่ปลูกพืชชนิดเดียวกันซ้ำลงในดินที่เคยปลูกมาก่อนแล้วมีโรคเกิดขึ้นโดยใช้เวลาหมุนเวียนอย่างต่ำ 3-4 ปี ควรปลูกพืชให้มีระยะระหว่างต้นห่างกันพอสมควรไม่เบียดแน่นกันจนเกินไป หลังเก็บเกี่ยวแล้วในกรณีที่มีโรคเกิดขึ้นขณะปลูกให้เก็บทำลายเศษซากพืชที่ตกหลงเหลืออยู่ตาม ดินให้หมดพร้อมกับต้นพืชที่งอกเองหรือที่ขึ้นอยู่ในที่ใกล้เคียงก็ไม่ควรให้มีเหลืออยู่ ในกรณีที่เกิดโรคขึ้นกับผักในแปลงปลูกอาจป้องกันและลดความเสียหายจากโรคลงได้โดยใช้สารเคมีอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ พ่นแปลงผักทุก 3 - 5 วัน เช่น มาเน็บ อัตรา 50-70 กรัมต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฟอสฟอรัสแอซิดโปรไธโอคาร์บ ข้อแนะนำในการพ่นสารเคมีดังกล่าวเพื่อให้ได้ผลในการป้องกันกำจัดคือควรใช้เครื่องมือพ่นสารเคมีที่มีกำลังอัดหรือความดันสูงเพื่อให้ละอองสารเคมีที่ออกมาละเอียดมากๆ ยิ่งหากได้ในลักษณะที่เป็นหมอกควันก็จะยิ่งดีเพราะจะทำให้สารเคมีที่ใช้ครอบคลุมจับทั่วทุกส่วนของต้นพืช และหากผสมสารเคลือบใบลงไปด้วยก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพของสารเคมีให้ดียิ่งขึ้น ในการพ่นควรกดหัวฉีดให้ต่ำขณะเดียวกันก็ให้หงายหัวฉีดสอดเข้าไปใต้ใบสลับไปด้วย เนื่องจากราน้ำค้างนั้นเมื่อเข้าทำลายแล้วจะสร้างสปอร์เพื่อใช้ในการระบาดแพร่กระจายอยู่ด้านใต้ของใบสารเคมีที่ฉีดและจับอยู่เฉพาะด้านบนของใบจึงไม่อาจทำลายหรือกันไม่ให้เชื้อระบาดได้
และ เลือกปลูกพืชชนิดที่มีความต้านทานต่อโรค
ทั้งนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดกระบี่ 075-611649
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
