- 05 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่ศาลากลางบ้านหมู่ที่ 8 ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง นายสาธิต ปิตุเตชะ อดีต สส.ระยองพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน เปิดพิธี เผาข้าวหลามกลางทุ่ง ทำบุญข้าวใหม่ โดยมี นายทวีป แสงกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง พร้อมคณะผู้บริหารและสมาชิกอบต. ผู้ใหญ่ กำนัน ชาวบ้าน ให้การต้อนรับ
ทวีป แสงกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง บอกว่า ประเพณี บุญข้าวหลามหรือข้าวใหม่ของชาวบ้านในตำบลตะพง ไม่ปรากฏเป็นหลักฐานชัดเจนว่าเกิดขึ้นสมัยใด แต่ทราบกันดีว่า เมื่อถึงเดือนสามทุกบ้านจะนำข้าวมาหุงใส่กระบอกไม้ไผ่ที่ทุกบ้านมี แล้วนำไปทำบุญกลางบ้าน เพื่ออุทิศให้พระแม่โพสพ เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าทุ่งเจ้าท่า ที่ทำให้เรามีข้าวกินเลี้ยงชีพ จากนั้นก็นำไปแจกจ่ายให้ญาติมิตรได้ลิ้มลองสายพันธ์ข้าวที่ตนเองปลูกกันมา แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในการทำบุญข้าวหลามคือภูมิปัญญาและกุศโลบายของ บรรพบุรุษ เพราะการเผาข้าวหลามต้องใช้ความอดทนและความเพียร ต้องหาต้องเตรียมวัสดุ อุปกรณ์ หลายอย่างหลายขั้นตอน เวลาเผาต้องระวังฟืนไฟ ระวังอุณหภูมิต้องร้อนพอดี การเผาต้องช่วยกันทั้งครอบครัว ทั้งหมู่บ้าน ทำให้เกิดมีกิจกรรมร่วมกัน และกอ่นเผาก็ต้องคิดด้วยว่าจะเผากี่กระบอก เพราะต้องกำหนดว่า จะเอาไปทำอะไร จะให้ใครบ้างเป็นความเอื้ออาทร คิดถึงผู้อื่น ซึ่งการเผาข้าวหลามครั้งนี้ กำหนดให้มีการร่วมกิจกรรม กันทั้งชุมชน เผารวมกว่า 500กระบอก เพื่อทำบุญ และแจกจ่ายชาวบ้าน ส่วนหนึ่งแบ่งขาย นำเงินถวายวัด
สดินา ปราณนัทธี ชาวบ้าน เปิดเผยว่า การเผาข้าวหลามโบราณ ต้องใช้ไม้ไผ่ จะทำให้ข้าวหลามหอม และตอนปลอกเปลือกไม้ไผ่ออก จะมีเยื่อบางๆห่อหุ้มตัวข้าวหลาม ถือเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของคำว่าข้ามหลามโบราณ ส่วนมะพร้าวต้องใช้มะพร้าวห้าวจากต้น ขูดใหม่ๆเพื่อให้เกิดความมันกลมกล่อม
ส่วนขั้นตอนการเผาข้าวหลามโบราณ เริ่มจากตัดกระบอกไม้ไผ่ เสี้ยมปลายแหลมไว้ปักดิน เตรียมข้าวเหนียว ถั่วดำ แช่น้ำค้างคืน แล้วนำมากรอกใส่กระบอกไผ่ นำไปปักเรียงเป็นแถว ใช้ฟืนกองให้ห่างตัวกระบอกข้าวหลาม เมื่อเรียงจนหมดก็นำน้ำกะทิซึ่งผสมน้ำตาลเกลือ มาราดให้ครบทุกกระบอก ปิดปากกระบอกด้วยใบตองหรือกาบกล้วยเพื่อป้องกันฝุ่นละออง จากนั้นจึงจุดไฟเผา คอยเกลี่ยไฟอย่าให้เข้าใกล้กระบอกข้าวหลาม ทิ้งไว้ 4 ชั่วโมง จึงดับไฟแล้วนำกระบอกข้าวหลามออกมาเช็ดให้สะอาด พอเย็นปลอกเปลือกนอกออก ให้เหลือเปลือกในขาวๆ เวลาจะกิน ก็ลอกเปลือกในออก ให้เหลือเพียงเยื่อบางๆ รับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อย รสชาดหวานมัน กลมกล่อม แถมได้กลิ่นหอมชื่นใจ เยื่อไผ่จะทำให้รู้สึกหนึบๆเวลากัดเข้าไป ปัจจุบันหากินได้ยาก เพราะส่วนใหญ่จะไม่ ใช้เผาในเตาสมัยใหม่ จึงขาดความหอมที่เป็นเสน่ห์ของคำว่าข้าวหลามโบราณ
ภาพ/ข่าว อัจฉรา วิเศษศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระยอง
