- 06 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่หอประชุมอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี นางวริศนันท์ ยศกิมานันโท ปลัดอาวุโสอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดการรับฟังความเห็นประชาชนพร้อมนำเสนอข้อมูลสรุปผลการศึกษาใน งานการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการศึกษาทางเชื่อมต่อผืนป่าบนทางหลวงหมายเลข 317 สายจันทบุรี สระแก้ว ของกรมทางหลวง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยประชาชนในพื้นที่โครงการมารับฟังพร้อมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก กรมทางหลวงโดยสำนักสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชนร่วมกับบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วยบริษัท ซ คอนชัลท์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดและบริษัท เอ 21 คอนชัลแตนท์ จำกัด ได้จัดประชุมสรุปผลการศึกษา พร้อมทั้งรับฟังความเห็นประชาชน โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านวิศกรรม สิ่งแวดล้อม และนิเวศวิทยานำเสนอรูปแบบ รวมทั้งมาตรการป้องกัน แก้ไขและลดผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแก่กลุ่มเป้าหมาย
การศึกษาฯได้กำหนดแนวเชื่อมต่อผืนป่าให้มีโครงสร้างทางสัตว์ข้ามและทางสัตว์ลอดบนแนวทางหลวงหมายเลข317 ที่บริเวณศาลเจ้าแม่เขาเกลือ คือช่วงกิโลเมตรที่ 29+550 ถึงกิโลเมตรที่ 30+175 มีรูปแบบผสมผสานระหว่างสะพานยกระดับเพื่อเป็นทางสัตว์ลอด 2 ช่วงและอุโมงค์แบบตัดดินแล้วถมกลับเพื่อเป็นทางให้สัตว์ข้าม 1 ช่วงร่วมกับแนวรั้วบังคับสัตว์แบบรั้วเพนียดช้างโอรอบแนวเชื่อมผืนป่า ต่อเนื่องจากทางสัตว์ข้ามบนทางหลวง317 ออกไปถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั้งสองด้าน นอกจากนี้ยังกำหนดองค์ประกอบสนับสนุนต่างๆเช่น ประตูผลักดันช้างป่าฉุกเฉินตามแนวรั้วบังคับช้างป่ารวม 10 จุด จุดเฝ้าระวังสัตว์ 3 จุดคลอบคลุมแนวเชื่อมต่อผืนป่าของโครงการ ซึ่งโครงการนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลที่มีทั้งทางประโยชน์ของสัตว์และผลกระทบของผู้อยู่อาศัยซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจหาข้อสรุปเผื่อเกิดโครงการต่อไป
ดร.วิน ไตรวิทยานุรักษ์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ ผู้กำกับการศึกษาฯกล่าวว่าโครงการมีจุดมุ่งหมายเพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งต่อสัตว์ป่าและผู้ใช้ทาง และขจัดอุปสรรคในการเคลื่อนที่ของสัตว์ป่าระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว กับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ เพื่อเสริมความหลากหลายให้กับพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสอง อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ระบบนิเวสน์มีความสมบูรณ์ ซึ่งสำคัญต่อสภาพภูมิอากาศและทรัพยากรธรรมชาติ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานของสภาพเศรษฐกิจสังคมของจังหวัดจันทบุรี ส่วนในแง่ของการส่งเสริมประสิทธิภาพการจราจรของทางหลวงหมายเลข317 ก็สำคัญไม่น้อยกว่ากันเพร้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อภาคตะวันออกกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและยังเป็นโครงข่ายคมนาคมที่สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอีกด้วย.
ภาพ/ข่าว ไพโรจน์ อนุ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.จันทบุรี
