- 06 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณี เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ได้จับกุม พบคณะของนายเปรมชัย กรรณสูต อายุ63ปี ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยเดเวลอบเมนต์จำกัด(มหาชน) กับพวกรวม 4 คน มีนายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี นางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี นายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ค่าพิกัด 47 P 485821 E 1678956 N ซึ่งเป็นจุดที่ ขสป.ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบ
หลังตรวจสอบบริเวณเต๊นท์พัก พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง คือ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง จึงได้ทำการขยายพื้นที่ตรวจสอบพบอาวุธปืนลูกกรดติดลำกล้อง 1 กระบอก ปืนไรเฟิลติดลำกล้อง 1 กระบอก และ ปืนลูกซองแฝด 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกมาก ใกล้กับที่พบอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ จนท.เข้าตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม พบ ซากเสือดำ ถูกชำแหละ และ ถลกหนัง บริเวณใกล้เคียงพบเครื่องกระสุนปืนเพิ่มอีกมาก จึงทำการจับกุมเพื่อส่งคดี สภ.ทองผาภูมิ ใน 6 ข้อหา หนัก ซึ่งต่อมา ศาลจังหวัดทองผาภูมิ ได้อนุญาตให้ประกันตัว 4 ผู้ต้องหา วงเงินคนละ 150,000 บาท
แต่จากรประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ว่า คณะของนายเปรมชัย สามารถที่จะเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามได้อย่างไร ซึ่งทีมข่าวได้สัมภาษณ์ กับนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ พญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่า ทางคณะของนายเปรมชัย ได้มีการทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ เข้าไปยังพื้นที่ หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดที่ทางกรมอุทยานฯประกาศให้เป็นพื้นที่แหล่งชมธรรมชาติของนักท่องเที่ยว จุดกางเต้นท์ ที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล อยู่แล้ว ซึ่งเปิดให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้า คนละ 20 บาท และรถยนต์ คันละ 30 บาท แต่คณะของนายเปรมชัย ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้มีหนังสือขออนุญาตถูกต้องแล้ว ประกอบกับมีบุคคลที่คาดว่าจะผ่านเข้าออก อยู่บ่อยครั้ง เจ้าหน้าที่จึงได้อนุญาต ให้เข้าไป
แต่ปรากฏว่า คณะของนายเปรมชัย ได้เลี้ยวรถออกนอกเส้นทาง ก่อนที่จะถึงหน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช ซึ่งถือว่าเป็นการจงใจลักลอบเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าหวงห้าม จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งวิทยุสื่อสารระหว่างเขตทุ่งใหญ่ กับ หน่วยมหาราช จนทราบว่า รถยนต์ของนายเปรมชัย ไม่ได้วิ่งมายังจุดหมาย แต่เลี้ยวออกนอกเส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงได้แกะรอยจาก เส้นทางรถยนต์ จนมาพบว่ามีการตั้งแคมป์อยู่ที่ บริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง กับหน่วยพิทักษ์ป่า มหาราช ซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้าม เพราะมีสัตว์ป่าอยู่เป็นจำนวนมาก
ซึ่งนายชัยวัฒน์ ยังได้ตังข้อสังเกตว่า งานนี้นายเปรมชัย ต้องมีพรานป่า ชำนาญพื้นที่นำทางไปอย่างแน่นอน เพราะพื้นที่กางเต้นท์นั้นเป็นจุดที่สัตว์ป่าชุกชุม คนภายนอกไม่สามารถจะเข้าไปได้อย่างแน่นอน ครั้งนี้จึงถือว่า นายเปรมชัย และพวก มีเจตนาที่จะลักลอบเข้าไปเพื่อล่าสัตว์ป่า อย่างแน่นอน
สุดท้าย จึงอยากขอให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่เขตฯทุ่งใหญ่ และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกคน แม้ว่าจะผู้ต้องหา จะเป็นคนมีชื่อเสียง แต่ก็ไม่ได้หวั่นเกรง ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องพิทักษ์สัตว์ป่า อย่างเข้มแข็ง ต้องขอให้กำลังใจ ส่วนผู้ต้องหา ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป
วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาญจนบุรี
