- 11 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เนื่องจากความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านเป็นปัญหามายาวนาน ล่าสุดชาวบ้าน หมู่ 12 บ้านปางมะโอ ต.แม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ได้รวมตัวกันหารือเรื่องป่าไม้สักและสวนผลไม้ในพื้นที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน (สปก.4-01) ที่วัดปางมะโอ มี พระฐาปนพงศ์ ฐานิสสฺโร รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดปางมะโอ นายรัญ สุนันต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน โดยมีชาวบ้านที่เดือดร้อน ซึ่งได้ผ่านการสอบสวนสิทธิ์แล้วเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังไม่ออกใบ สปก.ให้ ในหมู่บ้านมีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ได้ใบ (สปก. 4-01) ไปแล้ว พื้นที่ปฏิรูปที่ดินดังกล่าวมีพื้นที่ 2,645 ไร่ ทั้งหมดได้รับการส่งเสริมให้สวนป่าไม้สักเมื่อปี 2537 เป็นต้นมา โดยสำนักงานป่าไม้อำเภอวังชิ้น เป็นหน่วยงานเข้าไปส่งเสริมมีกล้าไม้และค่าบำรุงรักษาให้ไร่ละ 3,000 บาท ในระยะเวลาบำรุงรักษา 3 ปี โดยทางราชการให้แรงจูงใจกับชาวบ้านในการปลูกป่าไม้สักเป็นการลงทุนทำการเกษตรที่คุ้มค่า เมื่อต้นสักได้อายุที่เหมาะสมก็สามารถตัดทำไม้ออกจำหน่ายได้สร้างความร่ำรวยให้กับครอบครัวของเกษตรกร ที่ดินเขตปฏิรูปที่ดิน ชาวบ้านจำนวน 253 ราย ปลูกสวนป่าไม้สัก จำนวน 1,500 ไร่ ปัจจุบันสวนป่าไม้สักที่ได้รับการส่งเสริมมีอายุถึง 24 ปีแล้ว มีเส้นรอบวงของลำต้นกว่า 100 เซนติเมตร แต่เกษตรกรไม่สามารถขออนุญาตตัดไม้สักได้ เนื่องจากทางราชการไม่ยินยอม
ทางนายอดุลย์ มูลมณี อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 94 หมู่ 12 บ้านปางมะโอ ต.แม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ กล่าวถึงความเดือดร้อนนี้ว่า “ใบสอบสวนสิทธิ์ สปก. 4-01 ที่ชาวบ้านถือไว้ในมือ แม้จะยังไม่ออกใบ สปก.4-01 ได้มีการรังวัดที่ดินและออกหลักฐานไว้ให้แล้ว พร้อมทั้งมีการส่งเสริมจากทางสำนักงานป่าไม้อำเภอวังชิ้นในสมัยนั้น ก็น่าจะเปิดให้ชาวบ้านขออนุญาตได้ ผมปลูกต้นสักตามโครงการ 20 ไร่ ขออนุญาตตัดไม้จำหน่ายไม่ได้ จะตัดทิ้งก็ไม่ได้เพราะถ้าตัดทิ้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็จะมาจับดำเนินคดีเหมือนกัน อย่างนี้ เหมือนกับเอาที่ดินถือครองของชาวบ้านไปปลูกป่าถาวร หรือ เอาไปจองจำ บางคนมาจากพ่อถึงลูก และกำลังส่งให้หลานต่อไป นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเกษตรกรชาวบ้านยากจน บางรายยิ่งหนักกว่า คือมีความคาดหวังว่าจะได้ขายไม้สักเมื่อแก่ตัวลง บางรายต้องการสร้างบ้าน แต่ก็ไม่มีโอกาส ส่วนนายเหรียญ ตาหล้า อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 12 บ้านปางมะโอ กล่าวว่า “ที่ดินของผม ทาง สปก.จังหวัดแพร่ ออกใบให้แล้ว ได้รับใบเอกสารสิทธิ์ สปก.4-01 มาแล้ว ปลูกสวนป่าไม้สักจำนวน 17 ไร่ เอาหลักฐานไปขอตัดไม้ แต่ทางป่าไม้ไม่ดำเนินการให้ จึงนำเรื่องไปสอบถาม สปก.สำนักงานจังหวัดแพร่ ปรากฏว่า ทาง สปก.รับรองให้ตัดไม้ได้เพียง 1 ไร่ อะไรเกิดขึ้นกับประชาชนครับ ปลูกไม้สักแล้วขออนุญาตตัดไม่ได้แล้วชาวบ้านจะเอาอะไรกินกันล่ะ” นายเหรียญกล่าวด้วยความน้อยใจในความยากจนไร้อำนาจ
พระฐาปนพงศ์ ฐานิสสฺโร รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดปางมะโอ ตกเป็นผู้ที่ต้องเข้ามาคลี่คลายปัญหาให้กับชาวบ้านรอบๆ วัด ที่ได้รับความไม่เป็นธรรมจากโครงการของรัฐอย่างซ้ำซ้อน ทั้งโครงการออกเอกสารสิทธิ์ สปก.4-01 และ โครงการปลูกสวนป่าของกรมป่าไม้ พระฐาปนพงศ์ กล่าวว่า พื้นที่ปางมะโอถือเป็นหมู่บ้านใหญ่หมู่บ้านหนึ่งประชาชนมีที่ทำกินบริเวณเชิงเขาริมลำห้วยกะบาน และ ลำห้วยสรอย มีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก ประชาชนที่ไม่หลงเชื่อโครงการของรัฐ พากันปลูกพืชผสมผสาน คือ ผลไม้ จำพวก เงาะ ทุเรียน ลองกอง ลางสาด มะพร้าว กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม ฯลฯ และผักชนิดต่างๆ ได้ผลดีมาก แต่ชาวสวนเหล่านี้ถ้ามีภัยพิบัติมา ชาวบ้านไม่ได้รับความชดเชยพืชผลเกษตรที่เสียไปเลย เพราะพวกเขาไม่มีเอกสารสิทธิ์ เหตุเกิดมาแล้วในปีน้ำป่าใหญ่ ปี 2544 จนปัจจุบันปัญหาเก่าๆ ก็ยังคงอยู่ ปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นจากโครงการของรัฐที่ทำให้ผ่านไปไม่เห็นความสำคัญของการพัฒนาอย่างแท้จริง พระฐาปนพงศ์ กล่าวอีกด้วยว่า “อาตมาฟังชาวบ้านเดือดร้อนทุกวันคงไม่ไหว ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ จะพาชาวบ้านที่เดือดร้อนไปพบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายวิวัฒน์ สัญญกำธร “อาจารย์ยักษ์ “เพื่อยื่นหนังสือให้ รมช.เกษตรช่วยเหลือชาวบ้าน ซึ่งทราบมาว่า ท่านจะเดินทางมาที่วัดโป่งคำ อ.สันติสุข จ.น่าน ขณะนี้ชาวบ้านได้ลงขันเพื่อค่ารถเดินทางไว้แล้ว
ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่
