เปิดรั้วเรือนจำ  “ชิมอาหารยอดฮิต  โรตี-ชาชัก” ที่แดนหญิง ฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม  อนาคตบริการสังคมภายนอก

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

กำแพงที่สูงชัน ติดรั้วลวดหนามป้องกันการหลบหนี และกรงเหล็กที่ปิดอย่างมิดชิดและเข้มงวดทุกคนที่เข้าออก ทำให้สถานที่แห่งนี้คือ ที่ได้ขึ้นชื่อว่า “เรือนจำจังหวัดสตูล” เป็นสถานที่ต้องห้ามที่ไม่ให้ใครได้เข้า-ออกง่าย ๆ ด้วยระเบียบที่เข้มงวด

 

แต่ภายในสถานที่แห่งนี้ นอกจากจะเป็นดินแดนควบคุมตัวผู้กระทำความผิดแล้ว ยังเป็นสถานที่ฝึกคนดีคืนสู่สังคม เพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตเฉกเช่นคนปกติทั่วไป ด้วยการฝึกทักษะอาชีพที่ตอบโจทย์สังคม และการเปิดร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง ก็เป็นอีกทักษะหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจจากผู้ต้องขังแดนหญิงในการเข้ามามีส่วนร่วมฝึกอาชีพก่อนออกไปสู่สังคมโลกภายนอก

 

ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ต้องขังด้วยกันเอง โดยเฉพาะเมนูน้ำ ชาชัก ชาเขียว กาแฟเย็น ชามะนาว น้ำผลไม้ปั่น วันละ 60-100 แก้ว โรตีวันละ 4 กิโลกรัม เมนูอาหารตามสั่ง ส้มตำวันละ ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท

เปิดรั้วเรือนจำ  “ชิมอาหารยอดฮิต  โรตี-ชาชัก” ที่แดนหญิง ฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม  อนาคตบริการสังคมภายนอก

พี่แหม่ม อายุ 42 ปี ผู้ต้องขังหญิงคดียาเสพติด บอกว่า ที่เลือกฝึกชงน้ำชาชัก ชาอ้อ ชาเขียวอ้อ เพราะชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และคิดว่าทำง่ายไม่ยุ่งยากอะไร ลงทุนไม่มากนัก จากการได้ลองทำและขายภายในเรือนจำวันละไม่น้อยกว่า 50 แก้ว จำหน่ายทุกอย่างแก้วละ 20 บาท แต่หากเป็นน้ำผลไม้ปั่นแล้วละ 25 บาท อยากขอโอกาสคนสังคมให้โอกาสหากพวกตนประกอบอาชีพอย่าได้รังเกียจ ขอให้พวกตนได้ทำงานประกอบอาชีพสุจริต

 

ด้านพี่ติ๋ม อายุ 50 ปี ผู้ต้องขังหญิงคดีปลอมแปลงเอกสาร บอกว่า เลือกฝึกตำส้มตำ ลาบ ก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่งที่ทานได้ทุกชนชั้นคิดว่าตลาดสังคมภายนอกน่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี การได้ฝึกที่นี่ก็ฝึกในเรื่องรสชาติ ความอร่อย และรับรองด้วยความสะอาด เพราะจะมีการตรวจความสะอาดเรียบร้อยทุกวันรวมทั้งวัตถุดิบที่ใช้ ทำให้มีผู้ต้องขังตอบรับดีวันละไม่น้อยกว่า 3,000 บาท และหากได้ขายในแดนชาย สามารถขายวันละ 5,000 บาท โดยทุกเมนูอยู่ที่ราคาถุงละ 40 -45 บาท เชื่อว่าหากพ้นโทษไปจะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้ตนเป็นอย่างดี

เปิดรั้วเรือนจำ  “ชิมอาหารยอดฮิต  โรตี-ชาชัก” ที่แดนหญิง ฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม  อนาคตบริการสังคมภายนอก

  นายภัทรพงศ์   หมวกสกุล  ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสตูล      กล่าวว่า    ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดสตูล ร้อยละ 70 พบว่าต้องคดียาเสพติด เป็นผู้ต้องขังชาย 984 คนและผู้ต้องขังหญิง 96 คดี การส่งเสริมอาชีพให้ผู้ต้องขังเป็นหนึ่งในนโยบายกรมราชทัณฑ์ที่ต้องการคืนคนดีสู่สังคม  โดยผู้ต้องขังทุกคนจะสามารถใช้เงินได้ต่อวันต่อคน 300 บาท โดยในบัญชีจะมีเงินไม่เกิน 9,000 บาท โดยจะมีการจ่ายให้ผู้ต้องขังเป็นคูปอง  แทนเงินสด การซื้อหาอาหารร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังต้องนึกไว้ตั้งแต่กลางคืนว่าพรุ่งนี้จะทานอะไร  ไม่ได้เปิดโอกาสให้สั่งซื้อตามใจชอบ เพราะขาย สั่งซื้อเป็นเวลา   พร้อมกันนี้ทุกคนที่มาฝึกทักษะอาชีพจะได้เป็นเงินปันผลทุกเดือนจากกำไรร้อยละ 50 เพื่อเป็นกังใจ  แต่สิ่งที่จะได้มากกว่านั้นคือทักษะที่จะกลับออกไปประกอบอาชีพที่สุจริต และได้รับการยอมรับ 100 % ว่าการได้เข้ามาอยู่ภายในนี้ได้การฝึกฝนและพัฒนาตนมาแล้ว  

  ในอนาคตอันใกล้นี้ ร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง จะมีการทำมาจำหน่ายให้ญาติที่เดินทางมาเยี่ยมผู้ต้องขังได้รับประทาน เป็นการเปิดตัวสู่สังคมภายในนอก  ในการให้กำลังใจให้การทำดีด้วยการประพฤติดี ปฏิบัติดี 

เปิดรั้วเรือนจำ  “ชิมอาหารยอดฮิต  โรตี-ชาชัก” ที่แดนหญิง ฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม  อนาคตบริการสังคมภายนอก

เปิดรั้วเรือนจำ  “ชิมอาหารยอดฮิต  โรตี-ชาชัก” ที่แดนหญิง ฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม  อนาคตบริการสังคมภายนอก

เปิดรั้วเรือนจำ  “ชิมอาหารยอดฮิต  โรตี-ชาชัก” ที่แดนหญิง ฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม  อนาคตบริการสังคมภายนอก

เปิดรั้วเรือนจำ  “ชิมอาหารยอดฮิต  โรตี-ชาชัก” ที่แดนหญิง ฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม  อนาคตบริการสังคมภายนอก

เปิดรั้วเรือนจำ  “ชิมอาหารยอดฮิต  โรตี-ชาชัก” ที่แดนหญิง ฝึกอาชีพคืนคนดีสู่สังคม  อนาคตบริการสังคมภายนอก

เอนก  ขันทสิกรรม ข่าว

ปฎิภาณ  บุญนิยม ภาพ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์จังหวัดสตูลรายงาน