- 12 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากการณีการจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทยจำกัด (มหาชน) คดียิงสัตว์ป่าสงวนฯในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรนั้น เจ้าหน้าที่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องขยายผลตรวจสอบที่ดินที่นายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต และญาติ มีส่วนเกี่ยวข้องครอบครองในพื้นที่อำเภอภูเรือ ในนามบริษัทเพชรบุรี เรียลเอสเตทส์ จำกัด ซึ่งเคยถูกกรมที่ดินมีคำสั่งที่ 2/93/2546 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2546 เพิกถอน น.ส.3 ก. เนื่องจากออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ บนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ จำนวน 147 แปลง รวมเนื้อที่ 6,226 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นที่ตั้งของรังเย็นรีสอร์ท ไร่องุ่น-โรงงานผลิตไวน์ชาโตเดอเลย และไร่ภูเรือวโณทยาน อยู่ในเขตรอยต่อระหว่างอำเภอภูเรือกับอำเภอด่านซ้าย
นอกจากนี้ ในคำสั่งของกรมที่ดินฉบับดังกล่าว ยังได้มีผลบังคับกับที่ดินที่ออก น.ส.3 ก.โดยมิชอบเช่นเดียวกันอีกรวมกว่า 287 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 12,000 ไร่ ในพื้นที่อำเภอภูเรือและด่านซ้าย ส่วนใหญ่เป็นของนายทุน ข้าราชการระดับสูงของประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังจากคำสั่งของกรมที่ดินฉบับดังกล่าวออกมา การบังคับใช้กฏหมายยังไม่มีความคืบหน้า หรือเห็นผลเป็นรูปธรรม ส่วนใหญ่ยังคงมีการประกอบกิจการในพื้นที่ที่ถูกสั่งเพิกถอนตามปกติอย่างต่อเนื่อง
นายพิมล พูลสง่า เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเลย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า นายเปรมชัย กรรณสูต มีชื่อถือครองที่ดินในพื้นที่อำเภอภูเรือจำนวน 5 แปลง ซื้อต่อมาจากชาวบ้านเมื่อปี 2543 โดยเป็นโฉนดทั้งหมด ซึ่งเป็นการออกโฉนดที่มาจากที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ หรือที่ดินมือเปล่า ส่วนกิจการโรงแรมรังเย็นรีสอร์ทนั้น ไม่ใช่ชื่อของนายเปรมชัยโดยตรง แต่เป็นของบริษัทเพชรบุรี เรียลเอสเตทส์ จำกัด มีนายแพทย์ชัยยุทธ กรรณสูต บิดาของนายเปรมชัยเป็นประธานกรรมการ ซึ่งปัจจุบันนายแพทย์ชัยยุทธได้เสียชีวิตไปแล้ว ต่อมาภายหลังกรมที่ดินได้สั่งเพิกถอน 147 แปลง ยังคงเหลือ 16 แปลง อยู่ในระหว่างการตรวจสอบจากกรมพัฒนาที่ดินว่าอยู่ในพื้นที่ภูเขาหรือไม่อย่างไร
เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเลย กล่าวอีกว่า หลังเพิกถอนไปแล้ว ที่ดินทั้ง 147 แปลงก็กลับคืนสู่สภาพป่าสงวนแห่งชาติตามเดิม ซึ่งจะไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ ก็ถือว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมป่าไม้จะดำเนินการต่อ ผู้ครอบครองจะเข้าประกอบกิจการใดๆต่อก็ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป ส่วนของกรมที่ดินก็ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว
ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เลย รายหนึ่ง เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะเข้าตรวจสอบว่าที่ดินทั้ง 147 แปลง มีการกลับเข้าไปใช้ประโยชน์อีกหรือไม่ และเข้าไปใช้ประโยชน์ด้วยวิธีใด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าบางแปลงมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง แทรกอยู่ในลักษณะตาหมากรุก จึงต้องตรวจสอบกันอย่างละเอียดรอบคอบต่อไป
ขณะที่ผู้ดูแลรังเย็นรีสอร์ทยืนยันว่า ที่ดินบริเวณที่ตั้งรีสอร์ทมีพื้นที่ 19 ไร่ มีโฉนดถูกต้องครบถ้วน.
ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย
