- 13 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีเฟซบุ๊กกรมควบคุมมลพิษ รายงาน สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เกินมาตรฐานที่กำหนด จนเป็นข่าวสร้างความกังวลให้กับชาว กทม.และใกล้เคียงเป็นอย่างมากผู้สื่อข่าวจึงเดินทางเข้าพบ นาย ประสบ พรหมมา ผอ.ฝนหลวงภาคตะวันออก อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อขอทราบถึงแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
(วันนี้ )นาย ประสบ พรหมมา ผอ.ฝนหลวงภาคตะวันออก ได้เปิดเผยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ปกคลุมพื้นที่ ปริมณฑลและกรุงเทพมหานครในขณะนี้ทำให้กรมฝนหลวงและการบินการเกษตร ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงขออนุมัติตั้งหน่วยปฏิการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยองและนครสวรรค์ ในพื้นที่ภาคกลาง เข้าปฎิบัติการฝนหลวงให้เกิดฝนตกเพื่อชะล้างฝุนละอองขนาดเล็กและฝุ่นละอองที่เคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพมหานครในพื้นที่ต้นลมของภาคตะวันออก เช่น มาบตาพุด ระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปราจีน นครนายก เพื่อจะลดปัญหาเรื่องของการเคลื่อนตัวของฝุ่นละอองที่เข้าไปสะสม ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพของประชาชน
และจากการที่ได้ศึกษาสภาพอากาศว่าการตกของฝนจะเป็นอย่างไร ที่จะบรรเทาปัญหาของหมอกควันในกรุงเทพฯและปริมณฑล พบว่าช่วงวันที่ 16-17 ก.พ.61 กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการว่าจะเกิดแนวปะทะลมและเกิดฝนได้ จึงได้ติดตามสภาพอากาศและเตรียมความพร้อมเข้าปฎิบัติการฝนหลวง เพื่อให้เกิดฝนตกและลดปัญหาหมอกควัน โดยจะเริ่มปฎิบัติการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหากสภาพอากาศเหมาะสม ในส่วนของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง ได้มีการเตรียมเครื่องบินกาซ่าไว้ 2เครื่อง เพื่อปฏิบัติการในพื้นที่ของแนวเขต จ.ระยอง ชลบุรี และ ฉะเชิงเทรา โดยจะหลีกเลี่ยงผลกระทบการจราจรทางอากาศของสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนพื้นที่เป้าหมายจะดูทิศทางลมและความเร็วลมและฝนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพฯ เพื่อจะชะล้างฝุ่นละออง โดยในช่วงแรกหน่วยปฏิการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจะเริ่มทำฝนหลวงตังแต่วันนี้ 13 ก.พ. จนถึงวันที่ 17 ก.พ.61 และจะประเมินผลอีกครั้งว่า จะสามารถดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าสภาพอากาศเอื้ออำนวยก็จะปฎิบัติการต่อไปจนกว่าจะเข้าแผนปกติในช่วง 1 มีนาคม เป็นต้นไป การดำเนินการดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่งจากกองทัพเรือ โดยกองการบินทหารเรือ ให้ใช้สนามบินอู่ตะเภา เป็นฐานปฏิบัติการในครั้งนี้
สำหรับปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 69-94 มคก./ลบ.ม. เกินเกณฑ์มาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 5 สถานี ได้แก่ บริเวณเขตบางนา เขตวังทองหลาง ริมถนนอินทรพิทักษ์ ริมถนนพระราม 4 และริมถนนลาดพร้าว โดยปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และจากสภาพอากาศในพื้นที่ กทม. มีสภาพอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้ามีความชื้นสูงถึง 88% ทำให้ฝุ่นละอองในบรรยากาศสะสมเพิ่มขึ้นได้ ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด หากจำเป็นต้องออกจากอาคาร ควรใส่หน้ากากอนามัย และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ รวมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการกำกับดูแลกิจกรรมต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองในพื้นที่ โดยเฉพาะการใช้ยานพาหนะ การเผา และการก่อสร้าง เพื่อที่จะช่วยลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้
อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล/นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
