- 13 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(13 ก.พ.61) นายบุญส่ง จารึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร กล่าวว่า จนถึงเวลานี้ยังไม่มีหน่วยงานใดหรือ บริษัทใดมาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของท่อน้ำมันยักษ์ ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยหาดบางเบิด มีเพียงเจ้าหน้าที่จาก อำเภอปะทิว นำโดย นายอำเภอปะทิว สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค และ สำนักงานพลังงาน ของชุมพรที่เดินทางมาตรวจสอบ และเก็บข้อมูล ขณะที่ท่อยังถูกคลื่นซัดไปมาตามหาด
“จากการใช้มือล้วงเข้าไปในท่อ พบคราบน้ำมันสี่ดำคล้ายยางมะตอย ซึ่งตนก็ได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพลังงานทราบแล้ว “นายบุญส่ง กล่าว
ขณะนี้มีความเห็นจากผู้นำชุมชนว่า น่าจะลากท่อทั่งหมดขึ้นไว้บนฝั่ง เพราะถ้าปล่อยให้คลื่นซักไปมาอาจจะมีผลกระทบต่อหาดทรายได้ ถ้าไม่มีบริษัทใดมาแสดงตัวรับเป็นเจ้าของ ทางผู้นำชุมชนหลายคนเสนอว่า น่าจะขอไว้ทำเป็นแนวกันคลื่นบริเวณหัวแหลมบางเบิด ซึ่งปกติจะมีเรือประมงเข้าจอดเป็นประจำ
นายบุญส่ง จารึก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ปากคลอง ยังกล่าวว่า ลักษณะของทะเลอ่าวบางเบิดเป็นหาดทรายยาวลงไปในทะเล ไม่มีปะการัง ส่วนข้อสันนิษฐานว่าท่อมาจากที่ใดยังไม่แน่ชัด แต่จากข้อมูลของชาวประมงเคยเล่าว่า เคยพบท่อดังกล่าวลอยอยู่ในทะเล เนื่องจากท่อจากยางเป็นส่วนใหญ่และจะลอยปริ่มน้ำ มีเพียงส่วนข้อต่อเท่านั้นที่จนน้ำลึก จึงเป็นไปได้ว่าท่ออาจจะตกหล่นระหว่างการเคลื่อนย้ายทางเรือ หรือ ถูกคลื่นซัดหลุดมาจากใต้ทะเล ของบริษัทน้ำมันแห่งใดแห่งหนึ่ง ก็เป็นได้
จากการตรวจสอบโดยละเอียด พบว่า ท่อมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร มีทั่งหมด 14 ท่อน ความยาวท่อนละ 11 เมตร ความยาวรวมเหล็กข้อต่อระหว่างท่อได้ความยาว 154 เมตร ข้อต่อแต่ละท่อนมี น๊อตยึด 22 ตัว ส่วนข้อความที่จะพอตามหาที่มาของท่อได้ มีเพียงสัญลักษณ์รูปสมอเรือพร้อมภาษาอังกฤษ OIL & MARINE และ MANULI บนพื้นสีขาว ส่วนด้านล่างมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ GMPHOM 2009 ID 500 mm RWP 15 bar 2016581 12/2016 SINGLE CARGASS และตัวหนังสือภาษาอังกฤษ
จากการตรวจสอบ ข้อมูลแหล่งผลิตท่อ ได้รับการยืนยันจาก แหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า บริษัทผลิตอยู่ อเมริกา
ภาพ/ข่าว พงศกร นวนละมัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชุมพร
