- 14 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2561)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์รายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น.ที่ผ่านมา ที่หอประชุมประชุมจังหวัดสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัด.สุรินทร์ เป็นประธานใน “พิธีฮาวปลึงจองได” ภาษาเขมรพื้นถิ่นสุรินทร์ หรือ การบายศรีสู่ขวัญตามประเพรีชาวเขมรโบราณ เพื่อทำการเรียกขวัญ ผูกข้อมือ และกล่าวอวยพร ให้กับ คู่บ่าว-สาว จำนวน 28 คู่ ในจำนวนนี้มีคู่บ่าว-สาว ที่เจ้าบ่าวเป็นชาวต่างชาติ จำนวน 9 คู่ ก่อนตัวแทนคู่บ่าว-สาว ชาวไทย และชาวต่างชาติ กล่าวของคุณแขก ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมพื้นเมืองสุรินทร์ และรับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุข สุดชื่นมื่น บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักเบ่งบาน รับเทศกาลแห่งความรัก
กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมหนึ่งของ "งานจดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง” ประจำปี 2561 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 11 ที่จะมีการจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก 14 ก.พ.2561 ที่ศูนย์คชศึกษา จ.สุรินทร์ (คด-ชะ-สึก-สา) บ.ตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ จัดขึ้นโดย อบจ.สุรินทร์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์ภายใต้โครงการจัดงาน "จดทะเบียนสมรสบนหลังช้าง ประจำปี 2561"และเพื่อเพิ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในโครงการโลกของช้าง Elephant World ณ ศูนย์คชศึกษา
สำหรับ สุดเข้มขลังอลังการ “พิธีฮาวปลึงจองได” แบบฉบับเขมรโบราณ ด้วยการทำบายศรีสู่ขวัญตามประเพณี ของชาวเขมร พื้นถิ่นสุรินทร์ แต่โบราณ เพื่อความเป็นศิริมงคล โดยเรียกขวัญของ คู่บ่าว-สาว ให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว พิธีสู่ขวัญนี้เป็นการแสดงความชื่นชมยินดี ให้กับเจ้าของขวัญ จากคณะญาติมิตรและบุคคลทั่วไป และมีด้ายสำหรับผูกข้อมือ (ด้ายผูกแขน) เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของการรับขวัญและเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีพราหมณ์นำประกอบพิธีสวดในพิธีเป็นภาษาเขมรอีกด้วย โดยมีการจัดชุดพานบายสีที่ตกแต่งจากใบตองและเครื่องเซ่นไหว้ อาหารคาวหวาน เครื่องดื่ม ต่างๆรวมทั้งดอกไม้ธูปเทียน ประดับอย่างสวยงาม
ก่อนที่นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ,พลตรีพิเชษฐ์ อาจฤทธิรงค์ ผู้บัญชาการมณฆลทหารบกที่ 25 ,นายกิติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนสุรินทร์ และนางสาวบุญยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยกการท่องเที่ยวแห่ประเทศไทย สำนักงานสุรินทร์และพ่อแม่ คู่บ่าว-สาว ครอบครัวญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง ต่างต่อคิวกันเข้าไปผูกข้อไม้ข้อมือคู่บ่าว-สาว เพื่อความเป็นสิริมงคลตามลำดับ
นอกจากนี้ยังพบว่า มีเพื่อนชาวต่างชาติที่มาร่วมงานก็ต่างถือด้ายสายสิณญ์ไปผูกข้อไม้ข้อมือเพื่อนชาวต่างชาติที่เป็นจ้าวบ่าวด้วยกัน ตามประเพณีไทยอีกด้วย ซึ่งเจ้าบ่าวชาวต่างชาติต่างมีความสุขและยกมือพนมไหว้ ระหว่างประกอบพิธีสุดเข้มขลังตามแบบฉบับเขมรโบราณ แม้ว่าจะฟังภาษาเขมรไม่รู้เรื่องก็ตาม และไหว้ผู้ที่มาผูกข้อมือฮาวปลึงจองไดให้อีกด้วย เป็นภาพที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางการบรรเลงเพลงจากวงกันตรึมกันแบบวงสดๆ ตามประเพณีของชาวเขมรโบราณ ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง
Mr.BjoRn KRISTER LUNDBERE (BjoRN) อายุ 50 ปี เจ้าบ่าว ชาวสวีเดน นางสาววัชราภรณ์ อินทร์แปลง (นิดหน่อย )อายุ 35 ปี เจ้าสาว ชาว อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ กล่าวว่า พบรักกันที่กรุงเทพฯ อยู่ด้วยกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว เป็นครั้งแรก และเป็นความใฝ่ฝันมาประมาณ 3 ปี ว่าอยากจะจดทะเบียนสมรสกันที่บนหลังช้าง แต่ก็เพิ่งมีโอกาสในวันนี้ ส่วนเจ้าบ่าว ตื่นเต้นและมีความสุขมากๆ ที่จะได้ขึ้นแต่งงานบนหลังช้างในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก
ด้าน นายกิติเมศวร์ รุ่งธนิเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนสุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับ“พิธีฮาวปลึงจองได” แบบฉบับเขมรโบราณ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์จัดขึ้นเป็นครั้งแรก พิธีทำขวัญผูกแขน จองไดภาษาแขนคือการผูกแขน โดยใช้ดอกไม้ และวัสดุจากธรรมชาติ แม้แต่ฉากหลังเป็นใบตอง เป็นอีกมิติหนึ่งการจดทะเบียนบนหลังช้างในครั้งนี้ เพราะว่าในวันพรุ่งนี้ จะมีขบวนขันหมากบนหลังช้างของเจ้าบ่าว แห่มาหาเจ้าสาว ที่ศูนย์คชศึกษา ก่อนจะประกอบพิธีซัตเต หรือการแต่งงานแบบชาวกวยโบราณ จากนั้นคู่บ่าวสาวจะร่วมกันเลี้ยงอาหารช้าง และนั่งบนหลังช้างไปฉลองที่วังทะลุ ตรงจุดที่แม่น้ำมูลกับแม่น้ำชีมาบรรจบกัน เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งจะเป็นจดทะเบียนสมรสบนหลังช้างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
