- 15 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 15 ก.พ. 2561 พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ พลตรีสุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าในการพัฒนาและสำรวจแม่น้ำพิจิตร , บึงสีไฟ รวมถึงคลองข้าวตอก เพื่อให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำที่จะใช้เพื่อการเกษตร และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำก่อนปล่อยออกไปเป็นความมั่นคงด้านอาหารให้กับประชาชน...โดยได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับพ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นตัวแทนของ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร เข้าประชุมร่วมกับ นายทินกร รัตนพัวพันธ์ ผอ.โครงการชลประทานพิจิตร รวมถึง ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในด้านงานชลประทานและแหล่งน้ำ ซึ่งในที่ประชุมได้มีการนำเสนอแผนงานที่จะพัฒนาแหล่งน้ำทั้ง 3 แห่งข้างต้น ที่ในอดีตแหล่งน้ำเหล่านี้ถูกปล่อยทิ้งให้ตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำหรือเป็นแก้มลิงได้ในช่วงฤดูน้ำหลากและไม่สามารถกักเก็บน้ำเพื่อนำมาใช้งานด้านการเกษตรได้ในช่วงฤดูแล้ง โดยในที่ประชุม พ.อ.วีรวัฒน์ วิวัฒน์วานิช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร ได้เสนอขอให้กองทัพภาคที่ 3 ช่วยติดตามการขอรับการสนับสนุนขอท่อแก๊สเก่าจาก ปตท.จำนวน 100 ท่อน เพื่อนำมาใช้เป็นท่อระบายน้ำในจุดทางข้ามแม่น้ำพิจิตรเก่า,ขอให้จัดตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรเก่าระดับภาค , ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำแผนแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง อย่างเร่งด่วน รวมถึงขอให้สำนักงานชลประทานที่ 3 เร่งสำรวจออกแบบเพื่อจะก่อสร้างประตูฉุกเฉินย่านยาวที่จะเชื่อมต่อระหว่างคลองC1 กับปากแม่น้ำพิจิตรเก่า
อีกทั้งต้องการให้ติดตามงบประมาณการก่อสร้างอาคารระบายน้ำบ้านวังทับยา ( คลองC1-บึงสีไฟ )ซึ่งจะเป็นคลองที่ผันน้ำเข้าสู่บึงสีไฟได้ใกล้ที่สุดและง่ายที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาการออกแบบเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณ ซึ่งถ้าหากได้รับงบประมาณมา คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2562 ซึ่งก็จะแล้วเสร็จพร้อมๆกับการขุดลอกบึงสีไฟ ที่ได้รับงบประมาณ 341 ล้านบาท ที่ผู้รับเหมากำลังดำเนินการอยู่ ส่วนเรื่องการผันน้ำออกจากบึงสีไฟก็อยากจะขอให้ติดตามการออกแบบคลองระบายน้ำที่จะต้องดำเนินการโดย สำนักงานชลประทานที่ 3 เพื่อออกแบบการผันน้ำจากบึงสีไฟเข้าสู่คลองข้าวตอกที่จะก่อประโยชน์ให้กับชาว ต.เมืองเก่า ต.ดงป่าคำ ฯลฯ ซึ่งภายหลังจากเสร็จสิ้นการนำเสนอในห้องประชุม พลตรีสุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 ได้ลงพื้นที่พบกับเกษตรกรที่อยู่ริมแม่น้ำพิจิตรเก่าและได้รับประโยชน์จากการพัฒนาแม่น้ำพิจิตรเก่า ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า...ขอบคุณทหารและกองทัพภาคที่ 3 รวมถึงผู้ว่าฯพิจิตร ที่เมื่อช่วงฤดูน้ำหลากที่ผ่านมาผันน้ำเข้ามาในแม่น้ำพิจิตรเก่า ซี่งทุกวันนี้ยังคงมีน้ำหล่อเลี้ยงในแม่น้ำรวมถึงยังเป็นน้ำซึมน้ำซับอยู่ใต้ดิน ทำให้สามารถสูบขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้จนถึงทุกวันนี้ จึงอยากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันระดมสรรพกำลังฟื้นฟูคืนชีพให้กับแม่น้ำพิจิตรเก่าที่มีระยะทางถึง 127 กม. ให้กลับมาสร้างความชุมชื้น สร้างความมั่นคง ให้กับเกษตรกรมีรายได้ ซึ่งจะเป็นความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและถาวร
พลตรีสุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 ยังได้ให้สัมภาษณ์ ว่า ...กองทัพภาคที่ 3 เข้าใจและให้ความสำคัญกับการพัฒนาแหล่งน้ำ ทั้ง 3 แห่งของจังหวัดพิจิตร ซึ่งเข้าใจปัญหาและจะต้องแก้ปัญหาให้แหล่งน้ำที่มี คือ บึงสีไฟ , แม่น้ำพิจิตรเก่า ,คลองข้าวตอก ให้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงสร้างประโยชน์ทั้งในช่วงฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก เพราะจะเป็นจุดสร้างความเจริญให้กับเกษตรกรอย่างมากมาย ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นฝ่ายทหารที่ประกอบด้วย กองกำลังรักษาความสงบ ( กกล.) และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ( กอ.รม.น.) กรมทรัพยากรน้ำ , กรมชลประทาน , กรมเจ้าท่า , จังหวัดพิจิตร ก็จะได้บูรณาการกันเพื่อเข้าสำรวจเพื่อเสนอความต้องการในการของบประมาณ เครื่องมือการก่อสร้างอาคารควบคุมบังคับน้ำที่จะผันน้ำเข้าแหล่งน้ำทั้ง 3 แห่ง โดยยึดมั่นว่า จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎร แต่ถ้าประชาชนได้รับผลกระทบ ทหารก็พร้อมที่จะเข้ามาหาแนวทางช่วยเหลือ ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรและชาวพิจิตรมีความสุขอยู่ดีกินดีมีงานทำ มีน้ำเพื่อทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงต่อไปอีกด้วย
สิทธิพจน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดพิจิตร
