- 15 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 18.00 น.ของวันนี้ 15 ก.พ.61 นาย สนธยา คุณปลื้ม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มาเป็นประธานเปิดงานประจำปี นมัสการหลวงพ่อดำ เขาเจดีย์ ณ วิหารหลวงพ่อดำ วัดช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พระครูวิสารทสุตากร เจ้าอาวาสวัดช่องแสมสาร นาย พงษ์พันธ์ ยมมาศ นายอำเภอสัตหีบ นาวาเอกวิโรจน์ วังแก้วหิรัญ อดีตประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายประเสริฐ พิทักษ์กรณ์ นายกองค์การบริการส่วนตำบลแสมสาร ดร.สถิระ (ดร.เอ) เผือกประพันธุ์ ข้าราชการทหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.แสมสาร พร้อมคณะกรรมการจัดงานวัดช่องแสมสาร ประชาชน ร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
นายประเสริฐ พิทักษ์กรณ์ กล่าวว่า ในปีนี้วัดช่องแสมสารได้กำหนดจัดงาน นมัสการหลวงพ่อดำ เขาเจดีย์ ในวันที่ 15 ก.พ.61 ถึงวันที่ 21 ก.พ.61 รวม 7 วัน ซึ่งตรงกับช่วงเศการตรุษจีนของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชน ทั้งชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน ได้ร่วมปิดทององค์หลวงพ่อดำเขาเจดีย์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวแสมสารและชาวบ้านทั่วไป โดยเฉพาะชาวประมงทั้งเรือประมงในตำบลช่องแสมสารและเรือประมงจากต่างถิ่น ได้มากราบไกว้ บนบาน ขอพร องค์หลวงพ่อดำ เขาเจดีย์และมักจะประสบความสำเร็จกันทุกราย
นาย สนธยา คุณปลื้ม กล่าวว่า สำหรับประวัติของ หลวงพ่อดำ หรือ พระสัมพุทธมหามุนี ศรีคุณาศุภนิมิตร นั้นสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2501 มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ อาจารย์ดำรง คุณาสโภ เดินทางมาปักกลด ณ บริเวณเจดีย์เก่าแก่บนเขาวัดช่องแสมสาร โดยท่านเล่าให้ญาติโยมที่ไปกราบไหว้ให้ฟังว่า เดิมทีจำพรรษาอยู่วัดเขาขึ้น อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จากนั้นเดินธุดงค์มาทางนี้ เพราะนิมิตฝันว่า ให้มาทางชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก จะมีเจดีย์เก่าแก่อยู่บนเขาใกล้ๆ ทะเล ให้มาสร้างพระที่เขานี้ ต่อไปจะเป็นพระที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ท่านจึงออกเดินทางจากวัดเขาขึ้นกว่าจะถึงที่นี่เป็นเวลาหลายวัน เพราะการเดินทางนั้นที่ไหนมีหมู่บ้านติดทะเล ท่านก็จะแวะดูเรื่อยมาจนถึง บ้านช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี คือสถานที่ที่ท่านปักกลดอยู่นี้ ซึ่งเป็นสถานที่ทุกอย่างมีสภาพตรงตามที่ท่านนิมิตฝัน ท่านจึงชักชวนญาติโยมช่วยกันบริจาควัสดุในการสร้างพระ ซึ่งได้รับศรัทธาร่วมมือด้วยดีในสมัยนั้นยังไม่มีทางรถยนต์ จึงจำเป็นต้องใช้แรงงานคน แบกขนวัสดุขึ้นไป การสร้างใช้เวลาสร้างประมาณ 2 ปี จึงแล้วเสร็จ และทารักดำตั้งเป็นสง่าอยู่กลางแจ้ง โดยไม่มีหลังคาคลุมแต่อย่างใด ชาวบ้าน ชาวเรือ และผู้พบเห็น จึงเรียกว่า หลวงพ่อดำ กันจนติดปาก ทั้งๆ ที่ตอนสร้างเสร็จท่านตั้งชื่อว่า พระสัมพุทธมหามุนี ศรีคุณาศุภนิมิตร ซึ่งชื่อในตอนท้ายเป็นเครื่องบอกว่า "เป็นพระที่เกิดจากความฝันดี" หลังจากสร้างเสร็จประมาณ 1 เดือน จัดงานฉลองพระ และทำพิธีเปิดพระเนตร ซึ่งจัดพิธีบวงสรวงและมีมหรสพสมโภชอย่างใหญ่โต ในครั้งนั้น มีการผูกหุ่นฟาง 2 หุ่น เพื่อเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อดำ หลังจากเสร็จพิธีก็เผาหุ่นฟาง หลวงพ่อดำ ตั้งตากแดดอยู่กลางแจ้งอย่างนั้นเป็นเวลากว่า 10 ปี จนมีชาวประมงจากจังหวัดสมุทรปราการ วิ่งเรือผ่านมาเห็นหลวงพ่อดำตากแดด จึงบนขอพรว่า ออกเรือเที่ยวนี้ให้ได้ 2 แสนบาท จะมาทำหลังคาให้ ปรากฏว่า ได้ดังคำขอ จึงเอาเงินมาฝาก ผู้ใหญ่บ้าน เจริญ ทิศาบดี ให้ช่วยทำหลังคาให้หลวงพ่อดำให้ด้วย แต่ไม่มีฝา ฝนยังสาดเปียกอยู่ สภาพวิหารหลวงพ่อดำในช่วงนั้นจึงเป็นเพียงมีหลังคา และฝาไม้สามด้าน แต่ก็มีชาวเรือและประชาชนทั่วไป ขึ้นไปนมัสการกราบไหว้เป็นจำนวนมาก เพราะว่าส่วนใหญ่จะบนบานศาลกล่าว ขออะไรมักจะสมหวัง อีก 10 ปีต่อมา สภาพวิหารเริ่มผุจนใกล้จะพังลงมา จนใช้งานไม่ได้ ผู้ใหญ่เสน่ห์ พิทักษ์กรณ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี ร่วมกับเจ้าอาวาส คือ พระครูวิสารทสุตากร และชาวบ้าน ได้ช่วยกันสร้างเป็นวิหารจตุรมุขพร้อมจิตรกรรมปูนปั้นเรื่องราวพุทธประวัติ ซึ่งหาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน.
อุดมเกียรติ ทิพย์ศรีกุล/นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
