- 16 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม นายเสน่ห์ นนทะโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามเป็นประธานในการเปิดงาน “วันข้าวโพดอาหารสัตว์มหาสารคาม” (Forage Corn Field Day)” งานแสดงความก้าวหน้าของการพัฒนาด้านอาหารหยาบคุณภาพดีสำหรับโคนม พร้อมเป็นประธานในพิธีมอบโครงการแปลงใหญ่ พิธีมอบเครื่องจักรกลการเกษตร จากงบประมาณของจังหวัดมหาสารคามพิธีลงนาม MOU ซื้อขายข้าวโพดและมันสำปะหลัง พิธีลงนาม MOU การดูแลสุขภาพโคนม งานวิจัยและพัฒนาโคนมจังหวัดมหาสารคาม โดยมีนายสัตวแพทย์ธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นสักขีพยาน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผู้ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เจ้าหน้าที่จากสหกรณ์โคนม นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 250 คนเข้าร่วมงานในครั้งนี้
นอกจากนั้นได้มีการชี้แจงนโยบายการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นแหล่งอาหารหยาบคุณภาพดี จากตัวแทนกรมปศุสัตว์ รวมทั้งการเสวนาเรื่องข้าวโพดอาหารสัตว์ อาหารหยาบคุณภาพดีสำหรับโคนม การแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับการปลูก การจัดการและการนำต้นข้าวโพดรวมฝักที่ระยะปริมาณแป้ง 50 เปอร์เซ็นต์ มาผลิตเป็นข้าวโพดหมักและนำมาทำอาหาร TMR รวมทั้งกิจกรรมผู้ซื้อพบปะผู้ขาย
นายกำธร โป๊ะลำพงษ์ สหกรณ์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อเป็นการ เผยแพร่องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตข้าวโพดอาหารสัตว์ ให้ผู้ผลิตข้าวโพดอาหารสัตว์ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม นักวิจัย และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ได้มีโอกาสพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ เป็นการสร้างตลาด โอกาสทางธุรกิจของการผลิตข้าวโพดอาหารสัตว์ และพัฒนาการจัดการอาหารหยาบคุณภาพดีให้มีอย่างเพียงพอสำหรับโคนม ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับจากการจัดงาน“วันข้าวโพดอาหารสัตว์มหาสารคาม (Forage Corn Field Day)” งานแสดงความก้าวหน้าของการพัฒนาด้านอาหารหยาบ สำหรับโคนม ในครั้งนี้คือก่อให้เกิดองค์ความรู้ ในการผลิตข้าวโพดอาหารสัตว์ ได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ ให้เหมาะสมมากขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีการนำข้าวโพดหมักมาทำอาหาร TMR สำหรับโคนม สามารถนำความรู้ ประสบการณ์ไปพัฒนาและปรับใช้ให้เหมาะสม กับสภาพพื้นที่ในการผลิตต้นข้าวโพดหมัก ตลอดจนเกิดตลาดซื้อขาย รวมทั้งความร่วมมือในทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาการผลิตอาหารหยาบคุณภาพดีสำหรับโคนมต่อไป
ด้านนายวิสูทธ ประทีปะวณิช ประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2535 โดยการริเริ่มของนายวินัย ประทีปะวณิช ได้นำโคนมจาก อำเภอมวกเหล็กจังหวัดสระบุรี เข้ามาทดลองเลี้ยงในเขตพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งสามารถผลิตน้ำนมดิบได้วันละ 300-500 กิโลกรัม/วัน ซึ่งได้รบความสนใจอย่างมากจากเกษตรกรและในช่วง ปี 2537 หน่วยงานภาครัฐฯได้สนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ได้เลี้ยงโคนมเพิ่มขึ้นภายใต้โครงการ คปร. จึงได้เกิดการรวมตัวของเกษตรกรในรูปของ กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ
ปี 2540 กลุ่มผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จึงได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็น สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2540 ปัจจุบันสหกรณ์มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 181 คน คณะกรรมการดำเนินงานจำนวน 11 ท่าน ผู้ตรวจสอบกิจการ จำนวน 2 ท่าน และที่ปรึกษาสหกรณ์ จำนวน 2 ท่าน มีทุนเรือนหุ้น 11,450,810 บาท มีเงินรับฝาก 3,029,925 บาท มีทุนสำรองและทุนสะสมตามข้อบังคับ 7,582,782 บาท มีเกษตรกรเลี้ยงโคนม 74 ฟาร์ม แบ่งเป็นเกษตรกรเลี้ยงโครีดนม 70 ราย เกษตรกรเลี้ยงธนาคารโคนมทดแทน 4 ราย มีโคนมทั้งหมด 2,710 ตัว เป็นแม่โครีดนม 1,165 ตัว มีปริมาณน้ำนมดิบ 16 ตัน ต่อวัน เกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายน้ำนมดิบให้กับสหกรณ์ฯ เฉลี่ยฟาร์มละ 117,650 บาท ต่อ เดือน ซึ่งจะเป็นค่าอาหารโคนมประมาณ ร้อยละ 60
ด้านการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเลี้ยงโคนมของสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ ให้มั่นคงและยั่งยืน คณะกรรมการสหกรณ์มีนโยบาย การส่งเสริมยกระดับมาตรฐานการผลิตและพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบ ตามนโยบายของหน่วยงานภาครัฐฯ เช่น การพัฒนาฟาร์มโคนมของสมาชิกให้ได้มาตรฐานฟาร์ม GAP ซึ่งผ่านมาตรฐานร้อยละ 70 , ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ ทั้ง 2 แห่ง (เขตอำเภอเมือง / เขตบรบือ) ได้รับรองมาตรฐาน GMP` ,โรงงานแปรรูปนมพาสเจอร์ไรส์ของสหกรณ์ฯ ได้การรับรองมาตรฐาน GMP `/ `HACCP ,การส่งเสริมตรวจสอบย้อนกลับเรื่องคุณภาพน้ำนมดิบรายฟาร์ม / ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ กับทีมฝ่ายส่งเสริมของผู้ประกอบการที่รับซื้อน้ำนมดิบจากสหกรณ์ฯ คือ บริษัทดัชมิลค์ , การส่งเสริมพัฒนาฟาร์มโคนมของสมาชิก ร่วมกับสถาบันการศึกษาในท้องถิ่น เช่นการใช้แอปพลิเคชั่น ดี สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ ในการดูแลสุขภาพโคนมของสมาชิก ,การจัดตั้งธนาคารโคนมทดแทน จำนวน 4 แห่ง ฟาร์มกลางของสหกรณ์ 1 แห่ง ,การเชื่อมโยงเครือข่ายผลิตอาหารสัตว์ เพื่อสร้างเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น เช่น การเชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและผลิตมันสำปะหลัง / รำ / ฟางอัดก้อน /ข้าวโพดอาหารสัตว์ , การจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ เช่นกองทุนช่วยเหลือเมื่อเกิดโรคระบาด และการพัฒนาขบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมพาเจอร์ไรส์ และสร้างนวกรรมผลิตภัณฑ์นมประจำถิ่น เพื่อสร้างโอกาสให้คนสารคามดื่มนมโคสารคาม เพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคต
สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมโคกก่อ จำกัด มีความสำนึกถึงอาชีพพระราชทาน มีมอบให้กับปวงชนชาวไทย ดังนั้นสหกรณ์ฯต้องพัฒนาและสร้างอาชีพการเลี้ยงโคนมของสมาชิกให้มั่นคงและยั่งยืนและสืบสาน อาชีพพ่อให้มา..
///////////////
พิเชษฐ ยากรี ผู้สื่อข่าวทีนิวส์มหาสารคาม
