- 17 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ได้มีเด็กหญิงชมพูชญา อุ่นละม้าย หรือน้องออม วัย 2 ขวบเศษ เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี แล้วหายออกมาจากโรงพยาบาล จากนั้นทราบว่า ลุงของเด็กกับพี่เลี้ยงได้รับตัวไปและไม่กลับมาส่งให้ ทางโรงพยาบาลจึงได้ประสานกับทางตำรวจจังหวัดอ่างทองจนมาพบ ที่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 6 ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง จึงได้นำตัวมาส่งให้กับทางโรงพยาบาลแสวงหา จ.อ่างทอง ทำการตรวจรักษา โดยเบื้องต้นพบว่าน้องกระปุกออมสิน นั้นมีบาดแผลตามร่างกายหลายจุดคล้ายถูกทำร้าย มีร่องรอยแผลคล้ายเล็บข่วน ปากแตกมีแผล โดย นายลัทพล อุ่นละม้าย อายุ 25 ปี พ่อของน้องกระปุกออมสิน ได้มาแจ้งความที่ สภ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เพื่อเอาผิดกับผู้ที่ทำร้ายน้องกระปุกออมสิน ดังข่าวที่ได้นำเสนอมาแล้ว
ที่ สภ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี พ.ต.ท.เดโช กันหะ สว.(สอบสวน) สภ.ค่ายบางระจัน ได้นำตัว นายกมล อุ่นละม้าย ลุงของเด็ก และ นางสาวรัตติกาล หรือ แตง สุขประเสริฐ อายุ 42 ปี พี่เลี้ยงของเด็ก มาสอบปากคำ โดยนายกมล ให้ปากคำว่า เป็นเพื่อนกับ นางสาวรัตติกาล เมื่อพ่อกับแม่ของเด็กนำเด็กมาทิ้งไว้ที่บ้านเมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2560 ปีที่แล้ว ซึ่งมีแม่ของตนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ตนไม่เคยเลี้ยงเด็กเลยนำเด็กมาฝากกับ นางสาวรัตติกาล เลี้ยง โดยจะมาส่งในตอนเช้า และรับเด็กกลับในตอนเย็น และเด็กดูปกติดี จนวันที่เกิดเหตุตนไปรับเพื่อจะกลับบ้าน เด็กได้วิ่งมาหาตนแล้วพลาดล้มปากกระแทกกับพื้นจนเป็นแผล ส่วนวันที่ เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ จ.สิงห์บุรี ไปที่พบเด็กที่บ้านของ นางสาวรัตติกาล เห็นความผิดปกติของเด็ก และแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสิงห์บุรี ขณะที่กำลังรอการรักษานั้นเด็กเกิดงอแงว่าหิวข้าว ตนกับ นางสาวรัตติกาล ไม่มีเงินติดตัวเลยพาเด็กกลับบ้านมากินข้าวแล้วเห็นว่าเด็กหลับเลยไม่ได้มาส่งที่โรงพยาบาลสิงห์บุรีอีกจนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตามตัวดังกล่าว ส่วนบาดแผลที่เกิดตามตัวของเด็กนั้นตนไม่รู้
ด้าน นางสาวรัตติกาล ให้ปากคำว่า เมื่อประมาณปลายเดือน พ.ย.60 นั้น นายกมล พ่อของเด็กซึ่งเป็นเพื่อนกันได้นำเด็กมาฝากให้เลี้ยง โดยบอกว่าจะให้เดือนละ 6,000 บาท ตนก็สงสารเด็กและสังเกตว่า เด็กมีพฤติกรรมชอบทำร้ายตัวเอง เวลาโกรธหรือกลัวก็จะตัวเกร็ง ชอบเอาเล็บไปข่วนหน้า ข่วนตามแขน เวลาโมโหก็จะดึงทึ้งผมตัวเอง ตนก็คอยตัดเล็บให้แต่ยืนยันว่ารอยแผลเกิดมาก่อนที่จะนำมาให้ตนเลี้ยงแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ตนเคยไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์เรื่องพฤติกรรมว่าทำไมเด็กชอบทำร้ายตัวเอง ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กล่าวว่า ได้สืบพยานในที่เกิดเหตุให้การตรงกันว่า ไม่มีใครทำร้ายเด็ก แต่เด็กมีพฤติกรรมชอบดึงผม ช่วนข่วนหน้า ข่วนตัวตัวเอง ที่เหลือทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบทางแพทย์เกี่ยวกับบาดแผลว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และจะสืบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง
ภาพ/ข่าว ณัฏฐนารา ปานมี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สิงห์บุรี
