- 20 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ตามที่ประชาชนชาวตำบลโพธิ์กลาง 1,892 ราย เคยได้ยื่นร้องเรียนขอให้เพิกถอนพระราชกฤษฎีกาปฏิรูปที่ดินเขตตำบลโพธิ์กลาง ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ( นาย ธงชัย ลืออดุลย์ ) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมพ.ศ 2557 และได้มีการยื่นต่อ คสช. ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา และยื่นเรื่องต่อที่การสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2557 และยื่นหนังสือต่อ แม่ทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2557 ซึ่งเป็นความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ตำบลโพธิ์กลาง และอำเภอเมือง ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งราษฎรในเขตตำบลโพธิ์กลาง ก็ได้อยู่อาศัยมาอย่างมั่นคงถาวรอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเป็นชุมชนหนาแน่นมีความเจริญในชุมชน ทั้งหน่วยราชการ ธุรกิจภาคเอกชน และอยู่ติดกับตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา แต่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินได้ เนื่องจากอยู่ในเขตประกาศพระราชกฤษฎีกาการปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอ แต่ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ดำเนินการของ สปก. และ เขตดำเนินการของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามร้องเรียนมาเป็นระยะเวลาเกือบ 40 ปี แล้วแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้นให้กับประชาชนได้ โดยเรื่องดังกล่าวนี้ นาย ธงชัย ลืออดุลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ( ในขณะนั้น ) และ นาย กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท ในฐานะ ประธานคณะทำงานเครือข่ายช่วยเหลือประชาชนชาวตำบลโพธิ์กลางและอำเภอเมืองนครราชสีมา ได้พยายามแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทั้งนี้ ตั้งแต่ระยะเวลาตั้งแต่ประชาชนได้ร้องเรียนมาเมื่อปี 2557 และคณะกรรมการกฤษฎีกา ( คณะที่ 7 ) ได้ให้ดำเนินการตั้งแต่ ปี 2558 ผ่านมา 2 ปี แล้ว ประกอบกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็ยังทำให้เกิดความสับสนในการพิจารณาของ คณะกรรมการพระราชกฤษฎีกา ( คณะที่ 7 )
ล่าสุดวันที่ 20 ก.พ. 61 นาย วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นาย กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท ประธานคณะทำงานเครือข่ายช่วยเหลือประชาชนชาวตำบลโพธิ์กลางและอำเภอเมืองนครราชสีมา พร้อมทั้ง เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมหารือกันเพื่อทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อจะได้นำข้อมูลสรุปนำเสนอให้เลขาธิการ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม เสนอให้ทางสำนักงานคณะกรรมการพระราชกฤษฎีกา ทบทวนพิจารณาความเห็นใหม่ พร้อมทั้งชี้แจงปัญหาอุปสรรคให้กับคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้เกิดความชัดเจนและเข้าใจปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น และทราบแนวทางการแก้ไขปัญหาของจังหวัดนครราชสีมา ได้อย่างแท้จริง เพื่อเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านให้แล้วเสร็จลงได้ และสร้างความเป็นอยู่อย่างมั่นคงให้กับประชาชนไปชั่วลูกชั่วหลานต่อไป
ด้าน นาย วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า วันนี้ทางจังหวัดได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือเพื่อตรวจสอบว่า หากมีการขอเสนอให้ยกเลิก ของ สปก. ในเขตอำเภอเมืองแล้ว จะมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยเฉพาะของ สปก.ที่ได้มีการดำเนินการไปแล้ว ซึ่งตรงนี้เองก็ได้รับการยืนยันว่าสามารถทำได้ไม่มีปัญหาอะไรและไม่มีผลกระทบกับสิ่งที่ทาง สปก.เองได้ดำเนินการำปแล้ว ส่วนทางหน่วยงานของ ป่าไม้เอง และทางทหาร เอง ก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด ดังนั้นในวันนี้จากข้อมูลที่ประชุมกันในวันนี้ จะมีการรวบรวมทั้งหมด เพื่อนำเสอนต่อไปยังที่การสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กฤษฎีกา เพื่อขอประกาศยกเลิกการประกาศเป็นพื้นที่ สปก.ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อให้ที่รกร้างว่างเปล่าหรือพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ จะอยู่นอกพื้นที่ของทางราชการ ที่สามารถนำไปออกเอกสารสิทธิ์ได้ตามกฎหมายที่ดิน ส่วนกรณีที่ถามว่าเหตุใดจึงไม่ประกาศยกเลิกไปทั้งฉบับเลยนั้น เพราะว่าที่เดิมที่ประกาศไว้นั้น ครอบคลุมทั้งอำเภอเมือง อำเภอโชคชัย อำเภอปักธงชัย รวมถึงอำเภอวังน้ำเขียว ปัจจุบัน เนื่องจากว่าเขตของอำเภอวังน้ำเขียวนั้นยังมีปัญหาการทับซ้อนอยู่ระหว่าง สปก.กรมป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช รวมทั้งของประชาชนอยู่ ยังมีความไม่ชัดเจน ซึ่งทางกฤษฎีกา เองคงจะไม่ยินยอมให้มีการประกาศยกเลิกทั้งฉบับ ดังนั้นจึงจะขอให้ยกเลิกเฉพาะของอำเภอเมือง ก่อนเท่านั้น นาย วิเชียรฯกล่าว
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ ดาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
