- 20 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 61 เวลา15.30 น. ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี รายงาน จากกรณี น้องฟีโน่ ด.ช.อรรถพล บุญมี หือ น้องฟีโน่ หนูน้อยยอดกตัญญู วัย 9 ขวบ ที่ จ.อุดรธานี ถึงความกตัญญู ใจสู้ ปั่นจักรยานไปกลับโรงเรียนวันละ 4 ก.ม. บางวันต้องขาดเรียนไปดูแลแม่ป่วยหนัก เป็นโรคหืดหอบ และโรคลมชัก จนทำให้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวน้องฟีโน่จำนวนมาก แต่ล่าสุดมีข่าวว่า น้องฟีโน่ ถูกไล่ออกจากบ้าน พร้อมแม่ที่ป่วย ยาย และน้อง ๆ ต้องพากันมาขออาศัยบ้านญาติ ที่เป็นน้องของยายอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี จนมีจิตอาสามูลนิสัจจพุทธธรรมแห่งประเทศไทย สาย 4 ได้ร่วมแรงร่วมใจ หาวัสดุร่วมกันก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับน้องฟีโน่ โดยแม่ของน้องฟีโน่บอกว่า ถูกผู้เป็นตาของน้องฟีโน่ขับไล่ออกจากบ้านที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี จนต้องนำผู้เป็นยาย และน้องของน้องฟีโน่ มาอาศัยที่ จ.ปราจีนบุรี
โดยบ้านไม่มีเลขที่ บ้านบ่อคำ ต.หายโศก อ.หนองหาน ที่เป็นบ้านของน้องฟีโน่ ที่เคยอาศัยอยู่ พบนายสี พาภักดี อายุ 62 ปี ตาของน้องฟีโน่ ที่อาศัยอยู่บ้านหลังดังกล่าวคนเดียว โดยที่บ้านยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ มีบ้านไม้ที่สภาพเหมือนกระต๊อบที่นายสีฯ อาศัยอยู่ และใกล้กันยังมีบ้านชั้นเดียว 1 หลัง ที่สร้างด้วยปูนเสร็จเรียบร้อย ที่เป็นบ้านที่มีคนใจบุญบริจาคเงินสร้างบ้านให้น้องฟีโน่อยู่อาศัย ที่เป็นบ้านธารน้ำใจ ถูกปิดไว้
โดย นายสีฯ ตาของน้องฟีโน่ นั่งอยู่ที่ศาลาในบ้านคนเดียว หลังจากที่แม่ของน้องฟีโน่ นำยาย และลูกคนเล็ก ไปอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี โดยนายสีฯ ยังคงมีสายตาฝ้าฟาง มองไกล ๆ ไม่เห็น และนำรถจักรยานคู่ชีพของน้องฟีโน่ ที่ใช้ขี่ไปโรงเรียน ก็ยังคงเก็บไว้มาให้ ผู้สื่อข่าวดู ซึ่งรถจักรยานมีสภาพชำรุด ไม่สามารถขี่ได้เหมือนเดิม ทั้งนี้นายสีฯ บอกว่า คิดถึงน้องฟีโน่ ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว
นายสี พาภักดี ตาของน้องฟีโน่ เปิดเผยว่า ความจริงตนเป็นสามีใหม่ของนางแดงฯ ยายของน้องฟีโน่ โดยแม่ของน้องฟีโน่เป็นลูกติดมากับเขา ซึ่งตอนนี้เขาป่วยหลังค่อมเดินหรือลุกนั่งลำบาก รวมทั้งแม่ของน้องฟีโน่ ที่ป่วยเป็นโรคหอบหืด จนเมื่อประมาณเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา มีการนำเสนอข่าว น้องฟีโน่ เป็นเด็กกตัญญู เมื่อออกข่าวไป จนมีคนใจบุญบริจาคเงินช่วยเหลือ ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องเงินเลยแม้แต่บาทเดียว มีแต่ยกที่ดินในบ้านของตน ให้เขาไปสร้างบ้านจากเงินที่มีคนบริจาค ซึ่งตนก็ไม่เคยไปถามว่าได้เท่าไหร่ มีแต่ห่วงพวกเขา คิดจะขายควายที่เลี้ยงไว้ช่วยพวกเขาด้วย
ความจริงแล้วเรื่องที่เกิดขึ้นมาว่า ยายแดงภรรยาตน และแม่น้องฟีโน่ กับน้อง ตนไม่เคยไล่ตัวยายแดง หรือลูกสาวเขาเลย ไม่รู้ว่าเขาออกไปเพราะอะไร ตนรักทุกคนเหมือนลูกหลานแท้ ๆ โดยเฉพาะน้องฟีโน่ ที่ตนรักมาก ทั้งที่ไม่ใช่หลานในไส้ของตัวเอง แต่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงรักเขามาก ส่วนแม่ของน้องฟีโน่ที่เป็นลูกเลี้ยง หลังจากมีเงินบริจาคเข้ามา เขาก็มีสามีใหม่อีกหลายคน แต่ตนก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเขา ไม่เคยไปทำร้ายร่างกายเขาหรือแม่เขา จนมารู้ว่าเขาจะไปอยู่กับญาติที่ จ.ปราจีนบุรี เมื่อประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตนก็บอกว่าจะไปทำไม ที่บ้านก็มีอยู่มีกิน แต่เมื่อเขาจะไปตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร”
นายสี บอกอีกว่า ลูกเลี้ยงของตนมาว่าตนเป็นคนไล่ออกจากบ้าน ตนยืนยันว่าไม่เคย แต่เมื่อพวกเขาไปแล้ว หากคิดจะกลับมาอยู่ที่นี่อีก ก็ให้กลับมาได้ โดยตนจะให้ยายแดง และน้องฟีโน่ฯ กลับมาอยู่เท่านั้น ส่วนตัวแม่ของน้องฟีโน่ ไม่ต้องการให้กลับมาด้วย ซึ่งตนมีทรัพย์สินอยู่เพียงเท่านี้ พร้อมจะให้พวกเขา แต่หากไม่กลับมา ตนก็อยู่คนเดียวได้ เพราะยังมีพี่น้องที่อยู่ใกล้ ๆ กันมาดูแล โดยใช้เงินเบี้ยคนพิการ และเบี้ยผู้สูงอายุ ที่ได้เดือนจะ 1,400 บาทเลี้ยงชีวิตไป
ส่วนโรงเรียนบ้านคำบ่อ ที่เป็นโรงเรียนที่น้องฟีโน่เคยเรียน นายธรรมรัตน์ ธรรมพุทธวงศ์ ผอ.โรงเรียนฯ ติดราชการ จึงมีเพียงครูในโรงเรียน บอกว่า แม่ของน้องฟีโน่ มาแจ้งกับทางโรงเรียนว่า จะนำน้องฟีโน่ ไปอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี เพราะมีปัญหาทางบ้าน ซึ่งทางครูก็คัดค้านว่า จะย้ายช่วงนี้ใกล้สอบแล้ว หากย้ายไปจะทำให้น้องฟีโน่ มีปัญหาเรื่องจะเรียนไม่ทันเพื่อน ๆ แต่ทางแม่น้องฟีโน่ ยืนยันจะไป ทางโรงเรียนจึงต้องดำเนินการให้ตามสิทธิของนักเรียน ส่วนเรื่องเงินบริจาคให้น้องฟีโน่ ทางครูในโรงเรียนไม่ทราบว่าได้ยอดเท่าไหร่ โดยทาง ผอ.โรงเรียน เป็นผู้ดำเนินการในการจ่ายค่าสร้างบ้านต่าง ๆ เท่านั้น
โดยยอมรับว่าหลังจากที่มีข่าวน้องฟีโน่ ออกมาในช่วงนั้น พอหลังจากมีการบริจาคเข้ามา ชีวิตของเขาดีขึ้น นิสัยของน้องฟีโน่เปลี่ยนไปบ้าง จากเด็กที่ไม่มีอะไร เริ่มมีการก้าวร้าวขึ้น แต่ไม่มากนัก ครูที่โรงเรียนเป็นห่วงเขาในจุดนี้ ฝากให้ครูที่โรงเรียนใหม่ดูแลน้องในจุดนี้ด้วย”
ด้านนายไสว สุวรรณสิงห์ กำนัน ตำบลหายโศก เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของครอบครัวเขา รายละเอียดตนไม่ทราบ ส่วนเงินบริจาค ตนไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยว ยอดบริจาคทั้งหมดเท่าไหร่ไม่ทราบ แต่ทราบเพียงว่าประมาณ 4 แสนกว่าบาท มีเพียงหลังจากสร้างบ้านเสร็จ จนมอบบ้านให้กับน้องฟีโน่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2560 มีเงินเหลืออยู่ 8,836 บาท ซึ่งทาง ผอ.โรงเรียน ได้เปิดบัญชีใหม่ให้เป็นทุนการศึกษากับน้องฟีโน่ โดยตนเป็นผู้เก็บสมุดบัญชีไว้ จนก่อนที่แม่ของน้องฟีโน่ จะย้ายไป จ.ปราจีนบุรี เขาบออกไม่มีค่าเดินทาง ตนจึงมอบสมุดบัญชีของน้องฟีโน่ ให้กับเขาไปต่อหน้า ผอ.รพ.สต.หายโศก ถ่ายรูปเป็นหลักฐาน ดังกล่าว
ภาพ/ข่าว กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี




