- 21 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 21 ก.พ.61 นายชนิพนธ์ สงวนสัตย์ นายอำเภอนามน นางละม่อม สุนทรชัย เกษตรอำเภอนามน พร้อมด้วยกำลังทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ ผู้นำชุมชน และเกษตรกร ออกเยี่ยมเกษตรกรในโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อฟื้นฟูด้านการเกษตรแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยในพื้นที่ อ.นามน มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 773 ครัวเรือน จาก 5 ตำบล 61 หมู่บ้าน โดยแบ่งกลุ่มอาชีพเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วยกลุ่มปลูกพืชอายุสั้น การผลิตและแปรรูปผลผลิต การเลี้ยงปลา และด้านปศุสัตว์
นายชนิพนธ์ สงวนสัตย์ นายอำเภอนามน กล่าวว่า ความหลากหลายของกลุ่มอาชีพทำให้เกิดความสำเร็จของกลุ่มเกษตรกร จากการเข้ามาส่งเสริมอาชีพระยะสั้น ๆ แต่สามารถสร้างรายได้ มีเม็ดเงินสะพัดเกิดขึ้นในชุมชน โดยงบประมาณที่ได้รับจัดสรรลงครัวเรือนละ 5,000 บาท ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรและได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้มีรายได้มีงานทำ และจากการเข้าส่งเสริมของนักวิชาการเกษตรระดับตำบล ทำให้เกษตรกรตื่นตัวและเรียนรู้กับการทำการเกษตรแบบใหม่ที่เน้นการลดต้นทุน และการหันมาปลูกพืชอายุสั้นที่เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมันเทศ ถั่วลิสง ข้าวโพดหวาน รวมถึงการเลี้ยงปลาในครัวเรือน และการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ที่ส่งเป็นไก่เนื้อออกสู่ตลาด โดยงบประมาณที่ลงมาในพื้นที่ อ.นามน เป็นวงเงินกว่า 3,865,000 บาท
“แนวทางเข้ามาจัดการของ อ.นามน ใส่วนของโครงการ 9101 จะให้เกษตรกรจับกลุ่มและร่วมทำประชาพิจารณ์ก่อนศึกษาช่องทาง จนกระทั่งดำเนินการปฏิบัติ ทุกกลุ่มจะตรวจสอบกันเองภายใน ในด้านการจัดสรรงบประมาณและเลือกอาชีพที่เหมาะสมกับตนเอง โดยเฉพาะกลุ่มปลูกมันเทศตำบลหลักเหลี่ยม ที่นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เริ่มมีรายได้หลังปลูกได้ 3 เดือน จำหน่ายทั้งหัวมันเทศและยอดพันธุ์ มีสมาชิก 82 ราย รายละ 1 ไร่ ใช้งบประมาณ 410,000 บาท มีพันธุ์มันเทศญี่ปุ่นโอกินาว่า พันธุ์ญี่ปุ่นเหลืองแครอท ใช่ปุ๋ยอินทรีย์ โดยเริ่มนำผลผลิตอออกจำหน่ายในกิโลกรัมละ 8-10 บาท 1 ไร่ จะได้ผลผลิตกว่า 1 ตัน ขณะที่กลุ่มเลี้ยงไก่พื้นเมือง ที่หันมาซื้ออุปกรณ์ หัวอาหาร แทนการซื้อตัวไก่ ทำให้กลุ่มสามารถต่อยอดการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ส่วนด้านการประมงจะมีทั้งเลี้ยงปลาดุก เลี้ยงปลานิล และปลาหมอ ทำให้เกษตรกรได้มีอาหารในครัวเรือน ลดรายจ่ายและขายให้ในชุมชนเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง” นายอำเภอนามน กล่าว
นางปานทอง สรรพชัย นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กล่าวว่า เกษตรกรที่ปลูกมันเทศกำลังมีรายได้จากการขายผลผลิต เป็นการเข้ามาส่งเสริมให้เกษตรกรใช้พื้นที่คนละ 1 ไร่ ปลูกมันเทศโดยได้หาตลาดรองรับ มีการส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าราคาส่ง 8-10 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ชาวบ้านยังนำหัวมันมาต้มและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จำหน่ายเองในชุมชน ก็สร้างรายได้ระยะนี้ทุกวันเฉลี่ย 100-200 บาท รวมถึงการจำหน่ายยอดพันธุ์สำหรับการปลูกมันเทศก็มีรายได้เสริมเข้ามาอีกทาง โดยเก็บยอดเป็นพันธุ์จำหน่ายในราคายอดละ 25 สต. เห็นได้ว่าเกษตรกรตื่นตัวกับความรู้ใหม่ๆ ที่ได้เข้ามาส่งเสริมทดแทนการปลูกพืชอื่น ๆ ที่มีต้นทุนสูง
นายหนูปุ่น ฤทธิ์มนตรี เกษตรกรเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมืองตำบลหนองบัว มีสมาชิก 93 ราย ซึ่งมีไก่เป็นของตัวเองอยู่แล้วจากโครงการ 9101 ฯ กลุ่มเกษตรกรได้มีมติจัดซื้อหัวอาหาร สุ่มไก่ วัคซีน และอุปกรณ์อื่น ๆ มอบให้กับสมาชิก จากเดิมการเลี้ยงไก่แบบปล่อยตามบ้าน ก็มีระบบจัดการเป็นคอกไก่ มีความปลอดภัยจากการฉีดวัคซีน โดยไก่พื้นเมืองได้มีการจำหน่ายเป็นไก่เนื้อกิโลกรัมละ 100-120 บาท ขณะที่อุปกรณ์ที่จัดซื้อได้ราคาถูกกว่าตลาดทั่วไป 5-10 บาท เพราะเป็นการจัดซื้อจำนวนมาก และเมื่อมีอุปกรณ์ฟาร์มสำหรับเลี้ยงไก่ทำให้การขยายพันธุ์ของแต่ละครัวเรือนสะดวกยิ่งขึ้น และจะเป็นรายได้ให้กับแต่ละครัวเรือนต่อไป
ภาพ/ข่าว ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
