- 21 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(21 ก.พ.61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พบกับ เด็กๆและเยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้เฒ่า ผู้แก่ และชาวบ้านจรูกแขวะ ต.โคกยาง จ.สุรินทร์ ได้มีการฝึกสอนศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานใต้ ชาติพันธุ์เขมรสุรินทร์ หรือ ขะเเมสะเร็น (ภาษาเขมรพื้นถิ่นสุรินทร์) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองส่วนใหญ่ของ จ.สุรินทร์ ในการ เรือมตรด (ภาษาเขมรพื้นถิ่นสุรินทร์) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า รำตรุษสงกรานต์ นั้นเอง ซึ่งเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอีสานใต้มาตั้งแต่โบราณ มีความเชื่อเป็นการละเล่นเพื่อความสนุกสนานในวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทยสมัยก่อนที่ใช้เดือนเมษายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ นับว่าเป็นสีสันมีความงดงาม และมีคุณค่า ทางวัฒนธรรมที่มีการสืบสานต่อจากรุ่นสู่รุ่นนับพันปี
การเล่นเรือมตรดมีผู้ร้องรำเพลงเป็นต้นบทร้องนำ หรือเรียกว่าพ่อเพลงแม่เพลง คนอื่นๆ เป็นผู้ร้องตามหรือเรียกว่าลูกคู่ เครื่องดนตรีประกอบด้วย กลองกันตรึม 2 ใบ หรือมากกว่านั้น ฉิ่ง ฉาบ ซอ จอกกร็อง ฯลฯ ทั้งที่ทุกครั้งที่มีการแสดงจะต้องมีกลองกันตรึมประกอบเสมอ เนื้อร้องเรือมตรด เริ่มจากบทขออนุญาตเจ้าของบ้านต่อด้วยบทอื่นๆ ตามที่เห็นสมควรถึงการขอรับบริจาคบทเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาว ตอนท้ายเป็นบทให้ศีลให้พรเจ้าของบ้านและบทร้องลาแล้ว จึงย้ายคณะเรือมตรดไปยังบ้านอื่นต่อไป
สำหรับการแต่งกายของนักแสดง การแต่งกายนิยมให้สวยงามตามประเพณีผู้หญิงนุ่งซิ่นไหม ผู้ชายนุ่งโสร่งหรือโจงกระเบนสีสันสวยงามรวมเป็นคณะเรือมตรด เคลื่อนขบวนร้องรำไปตามหมู่บ้านทุกหลังคาเรือน ซึ่งการเล่นเรือมตรด นิยมเล่นเฉพาะเดือนเมษายนของทุกปีเท่านั้น เพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจจากการตรากตำทำงานหนักมาเป็นเวลานาน การเรือมตรดนี้จะร้องรำไปตามหมู่บ้านทุกหลังคาเรือน เมื่อถึงบ้านใครเป็นธรรมเนียมเจ้าของบ้านจะออกมาต้อนรับและมอบจตุปัจจัย เครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ให้แก่ผู้เล่นเรือมตรด เพื่อรวบรวมนำไปถวายวัดต่อไป
นอกจากนี้เรือมตรด มีความสัมพันธ์เกี่ยข้องกับพระพุทธศาสนา โดยมีพุทธตำนานเล่าว่าสมัยที่พระพุทธเจ้าเมื่อยังคงเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน เพื่อทรงออกผนวช แม่มีมารแปลงกายเป็นกวางทองมาขัดขวางทางเสด็จพระองค์ เพื่อไม่ให้เดินทางออกบวช พระโพธิสัตว์ทรงอธิษฐานขึ้น ทำให้สวรรค์ชั้นเทวโลกบังเกิดความร้อน เทวดาทั้งหลายจึงพากันแปลงกายเป็นนายพรานลงมาฆ่ากวางได้แล้วร่วมขบวนแห่พระโพธิสัตว์ไปทรงออกผนวชได้สำเร็จตามความประสงค์ จึงทำให้จัดแสดงเรือมตรดเป็นมรดกสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
โดย ชาวบ้านจรูกแขวะ ต.โคกยาง จ.สุรินทร์ เชื่อว่า เรือมตรดมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อที่ว่า เมื่อใดที่สัตว์ป่าเข้ามาในหมู่บ้านถือว่าเป็นลางร้าย จะเกิดสิ่งที่ไม่ดี ต้องพบกับสิ่งชั่วร้าย จึงจัดแสดงเรือมตรดขึ้น โดยมีรูปภาพสัตว์ป่าทุกชนิดเพื่อให้มีโอกาสได้ประพรมน้ำอบ ทาแป้ง ทาน้ำมันให้แก่สัตว์เหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่ได้ป้องกันไว้ก่อนแล้ว ซึ่งเขาเชื่อว่า ภายหลังจากนั้นหากมีสัตว์ป่าเข้าไปในหมู่บ้านจะไม่สามารถบันดาลให้เกิดสิ่งชั่วร้ายได้
ภาพ/ข่าว ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
