- 22 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือน เรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน” โดยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ 2561 ฉบับลงวันที่ 10 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561
ซึ่งบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนัก บางแห่งอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีผลกระทบในช่วงวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2561
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามและประเทศลาวแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (22 ก.พ. 61) ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง อาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที
ซึ่งลักษณะเช่นนี้ จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพายุฝนฟ้าคะนอง ถึงร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งและมีลมกระโชกแรง อาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
โดยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จะมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบาง แห่งและมีลมกระโชกแรงอาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ บริเวณจังหวัด เลย อุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์มหาสารคาม ชัยภูมิ และขอนแก่น อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศา เซลเซียส ลมผิวพื้น ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง และมีลม กระโชกแรง อาจมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ร้อยเอ็ด นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว สำหรับเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา
เรียบเรียงโดย / ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์
