- 23 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช นำกำลังเจ้าหน้าที่ประมง ตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร และเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ. 41 ออกปราบปราบการทำประมงผิดกฎหมาย ทั้งโพงพาง อ้ายโง่ และเรือรุนหัว โดยทำการรื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมายออกจากปากอ่าวปากพนัง และลำคลองสาขา ตามโครงการ “ปากพนังโมเดล” ซึ่งกลุ่มนายทุนท้องถิ่นรวมหัวกันทำประมงผิดกฎหมายมานานแล้ว โดยสามารถรื้อถอนออกไปได้จำนวนมาก ทำให้ปลาและสัตว์น้ำสามารถเข้ามาวางไข่ในพื้นที่ปากอ่าวและลำคลองสาขา จนชาวประมงสามารถใช้เครื่องมือประมงที่ถูกต้องตามกฎหมายจับปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดได้เพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้านอย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างไรก็ตามกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นยังพยายามลักลอบนำเครื่องมือประมงและทำประมงผิดกฎหมายอย่างเย้ยกฎหมาย ในขณะที่นายมาโนช ดวงดี นายกสมาคมประมงชายฝั่ง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเสนอแนวทางการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายและปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงชายฝั่งเนื่องจากการก่อสร้างประตูระบายน้ำอุกวิภาชประสิทธิ์ จนชาวประมงท้ายประตูระบายน้ำต้องสูญเสียพื้นที่ทำมาหากิน จึงขอให้กรมประมงจัดสรรพื้นที่ชายทะเลให้ชาวประมงชายฝั่งได้เพาะเลี้ยงหอยทะเล เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว ตามที่เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
(23 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้รับหนังสือร้องเรียนขอความช่วยเหลือและแนะแนวทางการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวประมงชายฝั่ง จึงได้สั่งการให้ทางกรมประมงรับไปพิจารณาและดำเนินการตามที่นายมาโนช ดวงดี เสนอและและร้องขอจนล่าสุดนายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ได้ส่งหนังสือถึงนายมาโนช ดวงดี เพื่อแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการ และส่งหนังสือถึงนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอให้มอบหมายให้ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราชพิจารณาความเหมาะสมในการดำเนินการกำหนดพื้นที่ในการเพาะเลี้ยงหอยทะเลตามขั้นตอนกฎหมาย และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการลักลอบทำประมงโดยใช้เครื่องมือผิดกฎหมายต่อไป
นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า หลังจากตนมารับตำแหน่งประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ตนมีความตั้งใจที่จะปราบปรามการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายและการทำประมงผิดกฎหมายอย่างเต็มท่า จึงได้สนธิกำลังเข้าจับกุมการทำประมงผิดกฎหมายพร้อมรื้อถอนเครื่องมือประมงผิดกฎหมายทั้งโพงพาง อ้ายโง่ ออกจากอ่าวปากพนังและลำคลองสาขาจำนวนกว่า 200 ชุด แม้จะยังมีการลักลอบปักและดักโพงพาง อ้ายโง่ใหม่แต่ก็ถือว่าน้อยลงกว่าเดิมมาก พร้อมกับเข็มงวดกวดขันในการออกตรวจตรา ปราบปรามการลักลอบทำประมงผิดกฎหมาย เช่น การใช้เรื่องประมงรุนหัว เป็นต้น การปฏิบัติการณ์อย่างต่อเนื่องส่งผลให้ปลาและสัตว์น้ำเข้ามาอาศัยในอ่าวปากพนัง บริเวณฯแหบมตะลุมพุก และอ่าวปากนคร รวมทั้งลำคลองสาขาเป็นจำนวนมาก ชาวประมงชายฝั่งที่ใช้เครื่องมือประมงถูกกฎหมายสามารถจับปลาและสัตว์น้ำหลายชนิดนำมาจำหน่ายมีรายได้คนละหลายพันบาท/วัน
“ส่วนเครื่องมือประมงปิดกฎหมาย และการลักลอบเข้ามาใบ้เรืออวนรุนหัวจับปลาแลสัตว์น้ำที่ยังหลงเหลืออยู่ตนจะพยายามจับกุมอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าหากไม่มีเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย รวมทั้งการลักลอบใช้เรือรุนหัวจะทำให้ปลาและสัตว์น้ำในในทะเลโดยเฉพาะอ่าวปากพนัง ปากพนัง แหลมตะลุมพุก และลำคลองสาขามีสัตว์น้ำเข้ามาอาศัยเพิ่มมากขึ้น ชาวประมงชายฝั่ง ประมงพื้นบ้านที่ทำประมงถูกต้องตามกฎหมายสามารถปลาและสัตว์น้ำได้เพิ่มมากขึ้น และจับเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ตนจะทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.ปากพนังและใกล้เคียงให้หมดไปให้ได้ เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลและโครงการ “ปากพนังโมเดล” หากไม่มีการทำประมงผิดกฎหมายปลาและสัตว์น้ำจะเข้ามาอาศัยอย่างชุกชุม หากชาวประมงพื้นบ้านเครื่องมือถูกกฎหมายจะจับเท่าไหร่ก็ไม่หมด ชาวประมงชายฝั่งจะได้ลืมตาอ้าปากได้เสียที ตนเป็นชาวนครศรีธรรมราช อยากจะทำอะไรเพื่อชาวนคร ฯจึงตั้งใจทำสุดชีวิตเพื่อบ้านเกิดเมืองนอนและคงเป็น ผมเหลือเวลา 5 ปีก่อนเกษียณอายุราชการ และการทำงานครั้งนี้เกิดมีปัญหาจนทางผู้บังคับบัญชามีคำสั่งโยกย้ายตนพ้นตำแหน่งประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ตนจะยื่นลาออกจากราชการทันที”
นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี กล่าวอีกว่า สำหรับการส่งเสริมอาชีพการเพาะเลี้ยงหอยทะเลตามคำสั่งของกรมประมงนั้น ตนเห็นด้วยและกำลังให้เจ้าหน้าที่พิจารณาจัดสรรพื้นที่ที่เหมาะสม หลังจากนั้นจะลงพื้นที่ทำประชาคมชาวบ้านในพื้นที่ และตามประสบการในหลายจังหวัดที่ตนรับราชการมาอย่างต่อเนื่องพบว่าเกษตรกรที่ได้รับการจัดสรพื้นที่เพาะเลี้ยงหอยทะเลมักจะนำพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรจากทางราชการไปขายให้นายทุนต่ออีกทอดหนึ่ง ผลประโยชน์จึงไม่ได้ตกกับชาวประมงบอย่างแท้จริง จึงอยากให้ชาวประมงรวมกลุ่มกันเพาะเลี้ยงอาจจะเป็นในรูปแบบสหกรณ์ก็ได้
ทางด้านนายไพโรจน์ รัตนรัตน์ กรรมการชมรมคนลุ่มน้ำพึ่งพาตนเอง และรองประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสงขลา-นครศรี ฯ กล่าวว่า กลุ่มที่ทำประมงผิดกฎหมายถือเป็นกลุ่มที่ทำลายระบบนิเวศ เพราะปลาและสัตว์น้ำทุกชนิดถูกจับไปทั้งหมด ดังนั้นการการจัดสรรพื้นที่เพาะเลี้ยงหอยทะเลให้กับชาวประมงพื้นบ้านเป็นวีแก้ปัญหาอย่างหนึ่ง กลุ่มที่ทำประมงผิดกฎหมายจะได้ไม่มีข้ออ้างว่าไม่มีอาชีพอื่นทำ ซึ่งการจัดสรรพื้นที่เพาะเลี้ยงหอยทะเลจะต้องมีระเบียบ ข้อกำหนดอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการขายพื้นที่ต่อให้นายทุน เช่น กำหนดห้ามขายต่อเด็ดขาด จะเปลี่ยนมือได้ในกรณีที่เป็นมรดกให้บุตรหลานเท่านั้น โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบอย่างละเอียดชัดเจน หากพบว่าผู้ที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่ขายต่อให้นายทุนก็จะมีการยกเลิกสิทธิ์ในพื้นที่ทันที ส่วนการที่ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเป้าหมายให้ชาวประมงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มหรือสหกรณ์ทำการเพาะเลี้ยงก็เป็นรูปแบบหนึ่งในการแก้ปัญหาขายขายพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรให้นายทุน ซึ่งในการดำเนินการในโครงการดังกล่าวตนและชมรมคนลุ่มน้ำพึ่งพาตนเองพร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ นายไพโรจน์ กล่าวย้ำในที่สุด.
ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช/รายงาน
