- 24 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 4 นำกำลังเข้าตรวจสอบและดำเนินคดีรีสอร์ตหรูบนเกาะเต่า เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ก.พ. นายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี ประสานกับ พล.ต.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ รองแม่ทัพภาค ที่ 4 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ นำกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน โดยการนำของ พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ สวญ.สภ.เกาะเต่า พ.อ.ธวัชชัย ทับทิมสงวน นายทหารสืบสวนสอบสวน ทภ.4 ตำรวจท่องเที่ยวประจำเกาะเต่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบรีสอร์ตหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่เกาะเต่า หลังรับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่ารีสอร์ตดังกล่าว อาจจะเปิดดำเนินการโดยผิดกฎหมาย โดยมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ และมีพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพล
เจ้าหน้าที่เดินทางเข้าพื้นที่ทางเรือ ไปยังอ่าวแมงโก้เบย์ หมู่ 1 ต.เกาะเต่า พบมีรีสอร์ตหรูมูลค่าหลายสิบล้าน ปลูกสร้างตัวอาคาร และร้านอาหาร ที่พัก อยู่ตามแนวโขดหินเกือบตลอดแนวอ่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวขอตรวจสอบการดำเนินกิจการ โดยพบว่ามีนายเกเบรียล พิล๊อตโต้ อายุ 42 ปี สัญชาติอิตาลี เป็นเจ้าของ เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยนาน 17 ปี แต่แจ้งทำงานในหน้าที่ผู้จัดการรีสอร์ต โดยใช้ชื่อของ น.ส.ภาวิณี โมราศิลป์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/5 หมู่ 1 ต.เกาะเต่า ซึ่งเป็นภรรยาชาวไทย เป็นเจ้าของ โดยจดทะเบียนบริษัทในชื่อ บ.แมงโก้เบย์ บิวติค รีสอร์ต จก. มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 4 คน ทุนจดทะเบียน 27 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ขอให้ น.ส.ภาวิณี นำเอกสารการประกอบธุรกิจโรงแรมมาแสดง แต่เจ้าตัวสารภาพว่าไม่มีใบอนุญาต ส่วนนายเกเบรียล ตรวจสอบพบมีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง
นอกจากนี้ยังพบพนักงานของรีสอร์ต เป็นชาวเมียนมาร์ 3 คน ไม่มีใบอนุญาตทำงาน จึงคุมตัว น.ส.ภาวิณี ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันรับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำงานกับตนเข้าทำงาน ร่วมกันรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน ร่วมกันให้ที่พักพิง ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นบุคคลต่างด้าวให้พ้นการจับกุม พร้อมทั้งคุมตัวแรงงานชาวเมียนมาร์ 3 คนดำเนินคดีในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กล่าวว่า ในส่วนของการก่อสร้างรีสอร์ต ซึ่งบางส่วนมีการปลูกสร้างรุกล้ำลงไปในทะเล เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลพบว่า น.ส.ภาวิณี อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อสร้างรุกล้ำหาดสาธารณะอยู่ และได้ประกันตัวออกมา แต่กลับเปิดดำเนินกิจการได้ตามปกติ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้ข้อมูลว่าอาจจะมีการจำหน่ายสิ่งผิดกฎหมายให้กับนักท่องเที่ยว แต่จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังไม่พบการกระทำความผิด จึงดำเนินคดีในส่วนของการประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกรณีที่มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของ โดยใช้ชื่อคนไทยแทนนั้น เรื่องนี้อยู่ที่ขั้นตอนการสอบสวนขยายผล โดยต้องตรวจสอบที่มาที่ไปของทุนที่นำมาลงของชาวไทย ว่ามีเงินลงทุนจริงหรือไม่ ซึ่งกรณีการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติ พบมากในพื้นที่ท่องเที่ยว ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการปราบปรามอยู่แล้ว ในส่วนของสิ่งปลูกสร้างจะทำการตรวจสอบต่อไปว่ามีความผิดอีกหรือไม่ หากพบก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม.
ภาพ/ข่าว วิสุทธิ์ รองพล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
