- 24 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(24 ก.พ.) นายไพรวัลย์ อุบลกาญจน์ หัวหน้าอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ๊ง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนางกรกนก สัตยาชัย อายุ 44 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมัน “สุวารีย์บริการ” บ้านเลขที่ 97 ถนนพระแสง หมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ขอความช่วยเหลือให้ช่วยจับสุนัขจรจัดที่ล้มป่วยท้องป่องพองโต จนเดินไม่ไหวนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส ช่วยนำไปรักษาด้วยความสงสาร
จึงนำกำลังพร้อมนายพัทยา พรหมหมอเฒ่า เจ้าหน้าที่จับสัตว์และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ๊ง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เดินทางไปตรวจสอบ ที่ปั้มน้ำมันดังกล่าวพบบริเวณข้าวหัวจ่ายน้ำมันมี ชาวบ้านและเจ้าของปั๊มยืนห้อมล้อมมุงดูสุนัขจรจัดตัวหนึ่งที่นอนร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด โดยสุนัขจรจัดตัวดังกล่าวท้องป่องพองโตจนแทบจะระเบิด ทำให้เจ้าตูบตัวดังกล่าวถึงกับเดินไม่ไหว
ทางด้านนางกรกนก สัตยาชัย เปิดเผยว่า ทราบว่าก่อนเกิดเหตุสุนัขเพศเมียตัวนี้เป็นสุนัขจรจัดเดินมาอาศัยกินและนอนอยู่ในปั๊มน้ำมันดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี แล้ว โดยที่ตนและพนักงานปั้มสงสารได้ให้อาหารการกินมาตลอด จึงทำให้ตูบตวนี้ไม่ไปไหนอยู่ประจำในปั้มน้ำมัน แต่ไม่ดุร้าย เป็นมิตรกับทุกคนโดยเฉพาะลูกค้าที่เข้ามาเติมน้ำมันในปั้ม ตนจึงตั้งชื่อให้มันว่า “เจ้าเผือก” ต่อมาได้เจ้าเผือกได้ออกลูกหลานจำนวนมาก จนล่าสุดสังเกตเห็นท้องป่องโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยังคิดว่าสุนัขตั้งท้อง จนกระทั้งท้องใหญ่มากขึ้นผิดปกติ จนแทบจะระเบิด จึงคิดว่าไม่น่าจะไม่ใช่การตั้งท้องเพราะอาการท้องใหญ่ผิดปกติเหมือนมีน้ำหรือลมอยู่ในท้องที่สำคัญอาหารท้องป่องพองโตนานผิดปกติ ประมาณ 6-7 เดือน และมีแนวโน้มว่าท้องจะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
“จนในปัจจุบัน “เจ้าเผือก” เดินไม่ไหว และไม่ยอมกินอาหาร ก่อนจะล้มตัวลงนอนลุกขึ้นไม่ค่อยไหว ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างน่าสงสาร ตนเกรงว่าเจ้าเผือกจะทนความเจ็บปวดทรมานไม่ไหวและสิ้นใจตาย หรือท้องอาจจะระเบิดออกมาเจ้าเผือกก็ต้องตาย จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือจากนายไพรวัลย์ อุบลกาญจน์ หัวหน้าอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ๊ง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มาช่วยนำไปรักษาที่คลินิกสัตว์แพทย์โดยตนจะออกค่าใช้จ่ายในการรักษาทั้งหมด จนกว่าเจ้าเผือกจนกว่าจะหาย ซึ่งเท่ากับเป็นการทำบุญช่วยชีวิตสัตว์ร่วมโลก เพราะจะเป็นคนหรือหมา แมวต่างก็เป็นหนึ่งชีวิต รักชีวิตเช่นเดียวกัน”
ต่อมานายภานุวิชญ์ จันทร์ทอง อาสาสมัครใต้เต็กตึ๊ง ได้เดินเข้าไปใช้มือลูบหัว “เจ้าเผือก” ในขณะที่เจ้าเผือกพยายามยกหัวและหันหน้ามาดูพร้อมกับส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลตลอดเวลา เหมือนจะบอกว่าเจ็บปวดอย่างหนักและขอความช่วยเหลือด้วย นายภานุวิชญ์ จึงบอกกับเจ้าเผือกว่าจะพาไปหาหมอนะ ก่อนจะช่วยกันจับตัวเจ้าเผือกอุ้มนำขึ้นรถกู้ภัย ฯ ไปรักษาที่ รพ.สัตว์ ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยวิทยาเขตนครศรีธรรมราช ทุ่งใหญ่ เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจว่าเจ้าเผือกป่วยเป็นโรคอะไรจะได้ทำการรักษาตามอาหารและขั้นตอนต่อไป.
ภาพ/ข่าว ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
