- 24 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหลัก กม.ที่ 14 ถนนสายศรีสะเกษ – อุทุมพรพิสัย ต.ตาเกษ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจโครงการก่อสร้างทางหลวง 226 สาย อ.อุทุมพรพิสัย -ศรีสะเกษ ระหว่าง กม. 260 + 389.000 บ้านหนองลุง - กม. 268 + 089.000 บ้านเพียนาม มีระยะทาง 7.700 กิโลเมตร ขนาดกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านนอก 2.50 เมตร ด้านในแบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะยก (RAISED MEDIAN) ผิวจราจรเป็นลาดยางแอสฟัลต์คอนกรีต 2 ชั้น รวมหนา 10 เซนติเมตรซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้าง โดย รมว.คมนาคม ได้นำเอาอุปกรณ์ในการตรวจสอบสภาพพื้นผิวการก่อสร้างถนนมาทำการตรวจเข้มด้วยตนเอง เพื่อตรวจสอบว่า การก่อสร้างเป็นไปตามแบบแปลนการก่อสร้างหรือไม่ ขณะที่เครื่องจักรกำลังทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยมี นายวิชาญ พันธ์นุเรณู ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 1 พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การประกวดราคาอิเลคทรอนิกส์ เพื่อก่อสร้างถนนสายนี้ งบประมาณทั้งสิ้น 240 ล้านบาทเศษ ปรากฏว่า มีผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ หจก.น้องเล็กสถาปัตย์ จำนวนเงิน 150,100,000 บาท ทำให้มีเงินเหลือจากการก่อสร้างถนนสายนี้ จำนวน 90 ล้านบาทเศษ คิดเป็น 38 เปอร์เซ็นต์ เท่าที่ดูราคาที่ลดลงมากขนาดนี้ ตนก็ได้กำชับในเรื่องของการควบคุมมาตรฐานคุณภาพของงาน ซึ่งเท่าที่ดูขณะนี้นั้น พบว่าทำงานได้ดี และในเรื่องการกำหนดมาตรฐานความเรียบ มียาง 2 ชั้น โดยชั้นที่ 1 เรียกว่า ชั้นแรกเพื่อต่อเชื่อมกับชั้นบน ขณะนี้กำลังทำการปูชั้นแรกอยู่ เพราะฉะนั้น การตรวจสอบในเรื่องมาตรฐานความเรียบจะต้องเริ่มจากชั้นที่ 1 ซึ่งผู้รับเหมาจะมีเครื่องวัดความเรียบตั้งแต่ชั้นที่ 1 พอชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นผิวชั้นบน ทางนายช่างโครงการจะใช้วิธีการวัดด้วยมือ โดยจะนำเอาไม้บรรทัดทาบวัดตลอดแนวเพื่อดูว่า เรายอมได้กี่มิลลิเมตร ถ้าเกินมาตรฐาน ยกตัวอย่างเช่น ถนนยางมะตอยเราใช้ค่าอยู่ประมาณ 2.5 มม. ถ้า 2.5 มม.หรือมากกว่านี้ จะต้องสั่งให้แก้ไขทันที
นายอาคม ยังกล่าวด้วยว่า ซึ่งการขยายช่องทางจราจรจากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร บนทางหลวง 226 สาย อ.อุทุมพรพิสัย – ศรีสะเกษ มีความล่าช้าเล็กน้อย เนื่องจากฝนตกเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการปูชั้นหินคลุก และปูผิวทางชั้นแรก ให้แล้วเสร็จก่อนช่วงสงกรานต์ เพื่อให้ผู้ใช้เส้นทางไปมาอย่างสะดวก และหลังจากช่วงสงกรานต์ ก็จะดำเนินการปูผิวจราจรชั้นบนให้เสร็จเรียบร้อย ซึ่งแม้ว่างานจะล่าช้าแต่ก็สามารถเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในกำหนดประมาณเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้ กรมทางหลวง ในส่วนที่ลาดยางแอสฟัลต์ในปี 2561 โดยการปรับรูปแบบของแอสฟัลต์ให้เป็นพาราแอสฟัลต์ คือการผสมยางพาราเข้ามาให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมในการซื้อยางพาราจากผู้ปลูกยางพาราของไทยตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้มีนโยบายในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกยางพารานั่นเอง
ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดศรีสะเกษ
