- 27 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
กรณีได้มีพนักงานครู สังกัดเทศบาลตำบลยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ลงลายมือชื่อ จำนวน 16 คน ซึ่งกำลังได้รับความเดือนร้อน เนื่องจากไม่ได้รับเงินเดือนรวม 2 เดือน ส่งตัวแทน จำนวน 6 คน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนของความเป็นธรรมต่อ นายวรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ณ ห้องปฏิบัติราชการ ซึ่งข้อความในหนังสือระบุว่า ด้วยข้าพเจ้า นางนนทิยา ซีรัมย์ ตำแหน่งครู คศ.1 ปฏิบัติหน้าที่ครู ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโพธิ์งามยะวึก พร้อมด้วยคณะครู 6 คน สังกัดเทศบาลยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในปีงบประมาณ พ.ศ.2560 เรียบร้อยแล้ว จนบัดนี้ ตนและคณะครู ยังไม่รับเงินเดือนในเดือนสิงหาคม 2560 และเดือนกันยายน 2560 รวมเป็นเวลา 2 เดือน เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบด้านค่าใช้จ่าย และภาระหนี้สิน ข้าพเจ้าและคณะครูได้ติดตามและสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าเงินเดือนปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ไม่สามารถโอนได้
ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอความเป็นธรรมจากท่านช่วยสอบถามปัญหาที่ไม่สามารถโอนเงินในปีงบประมาณ 2560 และติดตามเงินเดือนที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้รับ เพื่อคลายความคับข้องใจ และปัญหาหนี้สินต่าง ๆ ของข้าพเจ้าและคณะครูต่อไป จากนั้นนายวรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวต่อหน้า คณะครูผู้ยื่นหนังสือร้องเรียนว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนของครูไว้ ให้ท้องถิ่นจังหวัดสุรินทร์ ไปดำเนินการ พร้อมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อย่างเด็ดขาด และให้เทศบาลยะวึก ทำเรื่องขอยกเว้นเข้ามา ตนจะเป็นคนพิจารณาอนุมิติเอง วันนี้(28 ก.พ.2560)ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบนายพันวัต อาจสัมพันธ์กุล ปลัดเทศบาลตำบลยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ที่สำนักงานเทศบาลตำบลยะวึก ที่ได้ส่งหนังสือขอชี้แจงและขอความเป็นธรรมตามที่มีการลงข่าวออกสื่อตามเฟสบุ๊ก(Facebook /Social Network) โดยระบุว่าข่าวดังกล่าวยังไม่มีการควบคุมหรือมีข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วนตามที่สื่อได้นำเสนอออกข่าว กรณีที่มีพนักงานครู สังกัดเทศบาลตำบลยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ลงลายมือชื่อ จำนวน 16 คน ซึ่งกำลังได้รับความเดือนร้อน เนื่องจากไม่ได้รับเงินเดือนรวม 2 เดือน ส่งตัวแทน จำนวน 6 คน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนของความเป็นธรรมต่อ นายวรพจน์ บัณฑิตยานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์
นายพันวัต อาจสัมพันธ์กุล ปลัดเทศบาลตำบลยะวึก อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีที่มาที่ไป ทางตนไม่ได้นิ่งเฉยเรื่องดังกล่าวเลย ตนได้แจ้งไปยัง ผอ.การคลังให้ดำเนินการซึ่งตนนั้นได้ทำบันทึกตลอดเวลาที่สั่งให้จัดทำงบประมาณตลอด โดยคำสั่งจากท้องถิ่นจังหวัดให้ในระบบ e-LAAS ซึ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นจัดซื้อจัดจ้าง/เงินเดือน ฯลฯ จะต้องเข้าระบบ จากเรื่องปัญหาดังกล่าวตนได้รายงานปัญหาเสนอต่อนายกเทศมนตรีในวันที่ 27 ก.ย.2560 โดยอ้างถึงระเบียบและบัทึกในวันที่ 11 ก.ย.2560 ถ้าคลังทำในระบบ e-LAAS โดยทำตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.2560 ก็ทันหรือตั้งใจทำในวันที่ 27 หรือ 28 ก.ย.2560 วันเดียวก็น่าจะเสร็จและเรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น แต่กองคลังแจ้งว่าอินเตอร์เน็ตมีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเดือนมิถุนายน 2560 ได้ ตนจึงแย้งว่าเดือน ก.ค. ถึงเดือน ก.ย.2560 สามารถใช้งานได้ทำไม่ไม่ทำ
จากนั้นนายกเทศบาลตำบล ได้ลงนามสั่งการขีดช่องสองส่วนคือสั่งให้ทำทั้งสองอย่างและมีการปลอมลายเซ็นต์ของนายก ตนจึงทำบันทึกเพื่อกันตัวเอง จนมาเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2560 ตนเหมือนถูกบังคับจึงต้องดำเนินการอนุมัติการเบิกจ่ายเงินเดือนครูพี่เลียง ซึ่งตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายกฯ ส่วนของอำเภอได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแต่ทำไม่ถึงไม่ยอมเรียกบุคคลที่ตนได้ยื่นเอกสารมาสอบด้วย ซึ่งตนมองแล้วไม่เป็นธรรมต่อตนอีกด้วย ด้าน นายสุรสิทธิ์ สัตย์ฌุชนม์ ครูพี่เลี้ยงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลยะวึก กล่าวว่า หลังจากที่ข่าวออกมาได้ประมาณ 3 วัน ตนและครูพี่เลี้ยงที่เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นั้น ก็ได้รับเงินจากเทศบาลตำบลยะวึกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพวกตนก็ทำงานปกติดีไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งอย่างใด
นายสุนันท์ ศรีเพ็ง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลยะวึก กล่าวว่า ปัญาดังกล่าวนี้ กลุ่มครูพี่เลี้ยงได้ร้องขอความเป็นที่อำเภอชุมพลบุรีตั้งแต่ที่เกิดเรื่อง ซึ่งตนนั้นก็ได้เรียกปลัด ทต.ยะวึกและ ผอ.กองคลัง มาปรึกษาหารือปัญหาเรื่องเงินตกเบิกของครูพี่เลี้ยง นั้น และได้สั่งการให้รีบดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่กลับพากันเฉยจนมาเกิดเรื่องดังกล่าว ส่วนที่ว่าลายเซ็นนั้นของปลอม ตนขอบอกและยืนยันว่าเป็นลายเซ็นต์ของตนจริงและพร้อมที่ชี้แจงกับอำเภอและจังหวัดตนนั้นมีพยานและหลักฐาน นายชูศักดิ์ ราบุรี นายอำเภอชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ ได้กล่าวทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ทางอำเภอได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว พร้อมกับส่งสำนวนการสอบให้กับ ก.จังหวัดเป็นผู้ตัดสินว่าจะผิดทางวินัยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ ก.จังหวัดเท่านั้น
ภาพ/ข่าว รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสุรินทร์
