- 28 ก.พ. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากเหตุการณ์ ที่มี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Subin Phumirak ได้โพสต์ เรื่องราวลงในกลุ่ม ลักษณะไทย พร้อมระบุข้อความว่า “ผมส่อง IG #โยเดีย เห็นแล้ว ขอวอนเถิดครับ ทุกท่านๆที่ไปเที่ยวชม #โบราณสถาน ทุกที่ทุกแห่ง โปรดช่วยกันดูแล รักษา หวงแหน ใครปีนป่ายขึ้นไป ควรช่วยประณาม ให้รีบลงมา เพราะกฎการชมเขาห้ามปีน ถ้าถล่มแตกหักจะช่วย #กรมศิลปากร ซ่อมไหม บรรพชนคงเศร้าใจ ศาสนสถานถูกขึ้นไปเหยียบย่ำปานนั้น #คนไทยต้องช่วยกัน #donotclimbit #ห้ามปีน #โบราณสถาน #ทุกแห่ง เหตุที่ #วัดมหาธาตุ #อยุธยา cr: ig lynnlhin”
ทำให้เพื่อนในโลกออนไลน์ต่างเข้าไปคอมเม้นวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก ถึงความไม่เหมาะสมทั้งๆที่เป็นคนไทยแท้ๆ มัวแต่ด่าแต่พวกฝรั่ง แต่คนไทยดันทำซะเอง ถ้าโดนอย่างฝรั่งที่เก็บอิฐไป น่าจะบันเทิงกว่า โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Piyamont Krairikhs คอมเม้นว่า “ จริงๆ ควรมีสามัญสำนึกกันนะคะ เวลาไปเที่ยวโบราณสถาน ว่าต้องไม่ทำลาย ไม่ว่า ตัววัตถุหรือบรรยากาศ ไม่ต้องให้ #ผู้เชี่ยวชาญทางวัฒนธรรม มาสั่งสอนหรือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ยิ่งไปโบราณสถานของต่างชาติ ต่างภาษา ยิ่งต้องสำรวมระวัง .. อย่างเจดีย์นี่ เป็นที่เก็บกระดูกพระพุทธเจ้า ไม่ควรไปกระโดดเด้า .. ถ้าอยากร่าเริงสบายใจ น่าจะกลับไปกระโดดสนุก หน้าหลุมฝังศพพ่อแม่ หรือบรรพบุรุษตัวเอง จึงจะดีค่ะ ฝากเตือนๆ พวกไร้สมองทั้งหลายด้วยนะคะ” และข่าวได้ถูกนำเสนอในสื่อทุกแขนง
จนกระทั่งวันที่(26ก.พ.2561)นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา เอาผิดกับกลุ่มนักท่องเที่ยว 5คนที่ฝ่าฝืนปีนป่ายโบราณสถานวัดมหาธาตุแล้วถ่ายรูปเซลฟี่ โพสต์ลงในโซเซียล ซึ่งเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดในมาตรา 6 และมาตรา 13 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 ในข้อ 2 (4)ระบุไว้ว่า ผู้เข้าชมโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ต้องไม่ปีนป่ายโบราณสถานหรือทำการใดๆ อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความชำรุดเสียหาย หรือก่อให้เกิดความสกปรกและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยแก่โบราณสถาน และวงเล็บ 6 ไม่กระทำการใดๆ ภายในเขตโบราณสถานอันเป็นที่น่ารังเกียจ หรือเป็นที่เสื่อมเสียต่อศีลธรรมอันดี หรือลบหลู่ดูหมิ่นต่อศาสนาและวัฒนธรรม หรือก่อความรำคาญแก่ผู้เข้าชมอื่นๆ อันมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท
ต่อมานักท่องเที่ยวทั้ง 5 คนที่ปรากฏในภาพ มี 1.นางสาววิยะณี อาจหาญ อายุ 31 ปี 2.นางสาวสลิลทิพย์ แซ่โง้ว อายุ 30 ปี 3.นายบวร อยู่พิทักษ์ อายุ 34 ปี 4.นายยุติวิชษ์ พานทองประเสริฐ อายุ 27 ปี และ นายพรเทพ วงษ์ชื่น อายุ 29 ปีได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ
ล่าสุดวันนี้ (28 ก.พ. 2561 ) นักท่องเที่ยวทั้ง 5 คน ได้เดินทางมายังโบราณสถานวัดมหาธาตุ เพื่อมากราบไหว้ ขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดมหาธาตุ โดยสำนึกผิดที่กระทำการอันไม่บังควร เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ก่อนที่จะเดินทางไปศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา เพื่อนัดฟังคำพิจารณาคดี ศาลได้นั่งบัลลังก์พิจารณาคดี ในความผิดพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 ในข้อ 2 (4) ตาม โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่ทั้ง 5 คนได้รับสารภาพว่าได้กระทำการไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ศาลจึงสั่งปรับคนละ 5,000 บาท (ห้าพันบาท)
ด้าน พ.ต.ท.ศรุต ระยานนท์ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝากประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ช่วยกันสังเกตป้ายเตือนต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ตามสถานที่เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง หรือหากท่านพบเห็นการกระทำใดๆ อันไม่สมควรจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ให้ช่วยกันตักเตือนหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยกันอนุรักษ์และรักษาสมบัติของชาติอันเป็นสิ่งที่บรรพชนหวงแหน ให้ลูกหลานหรือคนรุ่นหลังได้มาเที่ยวชมกันต่อไป หากไม่ช่วยกันรักษา ก็ขอร้องว่าอย่าทำลาย
ภาพ-ข่าว เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ที นิวส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
