- 02 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 2 มี.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดปาโมกข์ หรือวัดปากพู่ หมู่ 4 ต.ท่านา อ.กะปง จ.พังงา ได้จัดให้มีการทอดผ้าป่าสามัคคียางพารา ครั้งที่ 21 ขึ้น โดยมี พระมหาเชษฐ์ ภูริจิตโต เจ้าคณะอำเภอกะปง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีพุทธศาสนิกชน ผู้เฒ่าผู้แก่ และเด็กนักเรียนจากโรงเรียนบ้านปากพู่และโรงเรียนเยาววิทย์ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เนื่องในวันมาฆบูชา
นางบังอร วงศ์สุ่ย คณะกรรมการวัด เล่าว่า ก่อนที่จะมาเป็นผ้าป่ายางพารา เป็นการจัดกองทรายเข้าเปลือกในช่วงวันวิสาขบูชามาก่อน เนื่องจากสมัยก่อนชาวบ้านทำไร่ทำนา ได้นำข้าวเปลือกมารวมกันเพื่อหาเงินเข้าวัดโดยใช้วิธีหาพ่อค้ามาประมูลข้าวเปลือก มาถึงยุคหลังชาวบ้านเลิกทำไร่นา และมีการนำยางพาราเข้ามาปลูกในพื้นที่เป็นพืชเศรษฐกิจ จึงมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นยางพารา โดยนำมารวมกัน มากน้อยตามอัตภาพที่แต่ละครอบครัวมีสวนยางอยู่ และได้เลื่อนจากช่วงวันวิสาขบูชามาเป็นวันมาฆบูชาของทุกปี เพื่อจะได้เข้ากับฤดูกาล เนื่องจากในช่วงวิสาขบูชาเป็นช่วงหน้าฝน ผลผลิตยางพาราน้อย ไม่สามารถกรีดยางได้เต็มที่ โดยในช่วงยุคที่กำลังเฟื่องฟูสามารถรวบรวมแผ่นยางพาราถวายวัดได้เป็นจำนวนมากหลายตันและราคาก็ค่อนข้างสูง ไม่ตกต่ำเช่นปัจจุบัน จึงสามารถแปลงเป็นเงินเข้าวัดครั้งละหลายแสนบาท
ส่วนในยุคปัจจุบันนี้ สวนยางพาราลดลง แต่มีสวนปาล์มน้ำมันมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจาก ปาล์มมีราคาตกต่ำเช่นกัน และใช้ปริมาณมาก จึงไม่สะดวกในการขนส่งหรือเคลื่อนย้าย จึงยังคงรักษาวัฒนธรรมเดินเอาไว้คือทอดผ้าป่ายางพารา เพียงแต่ ณ วันนี้ไม่มีใครทำยางแผ่นแล้วมีแต่ยางถ้วย ยางก้อน ซึ่งมีกลิ่นไม่เหมาะสมและไม่สะดวกในการขนย้ายด้วย จึงมียางแผ่นมาร่วมทอดผ้าป่าจำนวนน้อย แต่เปลี่ยนมาเป็นเงินแทน
ทั้งนี้ เหตุผลหนึ่งที่ได้ใช้การทอดผ้าป่ายางพารา เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับ “พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี" บิดาแห่งยางพาราไทย ผู้ซึ่งเป็นคนนำยางพาราเข้ามาปลูกเป็นคนแรกในประเทศไทย จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงฐานะให้คนปักษ์ใต้ได้มีเงินเก็บเงินใช้ อย่างสุขสบายตลอดมาด้วย
ภาพ/ข่าว วรรณศิริ โพธิ์พันธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พังงา
