- 02 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เฟซบุ๊คสำนักงาน พิศิษฐ์ ศรีสังข์ ทนายความ ได้โพสต์ข้อความรายละเอียดพร้อมคลิปเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจสิทธิของตนเองตามกฎหมาย โดยมีเนื้อหาข้อความดังนี้ อำนาจการค้นในที่สาธารณะของเจ้าพนักงานตำรวจ เนื่องจากเมื่อประมาณ 2- 3 วันที่ผ่านมา ตัวผู้เขียนซึ่งขับรถยนต์ไปพร้อมกับเพื่อนซึ่งเป็นข้าราชการได้ถูกเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรแสนสุข ซึ่งตั้งด่านตรวจอยู่ เรียกให้จอดรถและ สั่งให้ผู้เขียนลงจากรถ เมื่อผู้เขียนจอดรถและลงจากมาแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจคือ ส.ต.ต. สิรภพ เดชนาถวัฒน์ ได้สั่งให้ผู้เขียนหันหลังและเอามือวางไว้บนรถ เพื่อจะทำการตรวจค้นตัวเสมือนหนึ่งผู้เขียนเป็นคนร้ายเพิ่งจะทำความผิดมา เพราะตามธรรมดาแล้วผู้เขียนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกครั้ง ไม่เคยขับรถหลบหนี หรือแสดงอาการน่าสงสัยอะไร รถที่ขับก็เป็นรถธรรมดาไม่ใช่รถแต่งซิ่ง ทั้งผู้เขียนไม่ได้มีอาการมึนเมา แต่งกายเรียบร้อยตามปกติ ผู้เขียนจึงขอให้เจ้าพนักงานตำรวจ แจ้งว่าผู้เขียนมีพฤติการณ์หรือมีเหตุอันควรสงสัยอย่างไรจึงจะต้องทำการขอค้นตัวผู้เขียน และอย่างที่ปรากฏในคลิปด้านล่าง. เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง คือร.ต.อ. ประยุทธ จิรขวัญ ซึ่งเป็นหัวหน้าด่านตรวจในคืนเกิดเหตุ แจ้งกับผู้เขียนเพียงอย่างเดียวว่าที่เกิดเหตุเป็นที่สาธารณะเพราะฉะนั้นเจ้าพนักงานตำรวจจึงมีอำนาจค้น ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายหนึ่งคือ ส.ต.ต. สิรภพ เดชนาถวัฒน์ แจ้งว่าเพราะผู้เขียน “ดูเป็นมีอายุ ขับรถกันมาสองคนอาจจะพกพาอาวุธปืนมาได้” จึงต้องทำการตรวจค้น
ซึ่งเหตุดังกล่าวไม่ใช่เหตุตามกฏหมายที่เป็นเหตุอันควรสงสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 93 ซึ่งวางหลักไว้ว่า “ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด” ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลักการค้นตัวบุคคลนั้นกฎหมายกำหนดไว้ว่าการค้นไม่สามารถจะทำได้ เพราะเป็นสิ่งที่ไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน เว้นแต่จะเข้าข้อยกเว้น คือ “มีเหตุอันควรสงสัย” ว่าผู้จะถูกค้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อใช้ในการกระทำผิด หรือได้มาโดยกระทำผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด ซึ่งเหตุอันควรสงสัยนี้ จะต้องมีเหตุผลรองรับ มิใช่เป็นข้อสงสัยที่ตั้งอยู่บนความรู้สึกอย่างเดียว เช่น ในกรณีนี้ หากผู้เขียนมีท่าทีพยายามขับรถหลบหนีไม่ให้ความร่วมมือ หรือมีอาการมึนเมาสุรา หรือรถที่ขับเป็นรถไม่ติดป้ายทะเบียน หรือรถที่ทำการดัดแปลงผิดกฎหมาย ย่อมถือเป็นเหตุอันควรสงสัยที่สามารถทำการขอตรวจค้นได้
แต่ในกรณีนี้ผู้เขียนไม่มีเหตุอันควรสงสัยใดๆว่า ผู้เขียนจะมีสิ่งของในครอบครองเพื่อใช้กระทำผิด หรือได้มาโดยกระทำผิด หรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด การขอค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งอยู่บนความรู้สึกอย่างเดียวว่า ผู้เขียนเป็นผู้ใหญ่อาจจะพกปืนได้ การขอตรวจค้นของเจ้าพนักงานตำรวจย่อมมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ตามนัย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2555 ซึ่งตามหลักแล้วผู้เขียนสามารถปฏิเสธการตรวจค้นได้ และหากผู้เขียนต่อสู้หรือขัดขืนการตรวจค้นย่อมไม่เป็นความผิด อย่างไรก็ดี ผู้เขียนพยายามโต้แย้งไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้น และพยายามชี้แจงข้อกฎหมายให้ตำรวจรับฟังแล้ว แต่ตำรวจหน้าที่ตำรวจยังยืนยันจะตรวจค้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีจำนวนมาก หากผู้เขียนทำการขัดขืน อาจเกิดเหตุอันตรายได้ประกอบกับผู้เขียนและเพื่อนกำลังเร่งรีบ จึงต้องจำยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจค้น. ซึ่งการตรวจค้นก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอย่างใด ซึ่งปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าตำรวจทั้งสองนายดังกล่าว ไม่ได้ตั้งอยู่ตามหลักกฏหมายคือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 93 ที่กำหนดไว้ว่าการค้นตัวบุคคลในที่สาธารณะจะต้องมีเหตุอันควรสงสัย แต่ได้กระทำโดยอาศัยความเคยชินที่เคยกระทำต่อๆกันมากับชาวบ้านที่ไม่รู้กฎหมาย ไม่กล้าโต้แย้ง ซึ่งขนาดผู้เขียนแจ้งว่าเป็นทนายความและชี้แจงข้อกฎหมายให้ฟัง ก็ยังไม่รับฟัง ซึ่งหากปล่อยไว้ย่อมกระทำเช่นกับประชาชนทั่วไปอีกมาก ดังนั้นผู้เขียนจะทำการฟ้องร้องคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองคนเพื่อมิให้กระทำการเช่นนี้แก่ประชาชนทั่วไปอีกต่อไป ผู้เขียนจึงขอนำคลิปวันเกิดเหตุและข้อกฎหมายมาแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจสิทธิของตนเองตามกฎหมาย ซึ่งหากผู้ใดเจอเหตุการณ์เช่นเดียวกับผู้เขียน ก็จะต้องเก็บหลักฐานขณะเกิดเหตุไว้เช่นนี้ เพื่อเป็นหลักฐานไว้ต่อสู้คดี ใช้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ต่อไป
ศรีภูมิ แฉล้มล้ำ ทีมข่าวเฉพาะกิจสำนักข่าวทีนิวส์ ศูนย์ข่าวภาคตะวันออก
ขอบคุณ ข้อมูลและภาพ จากเฟซบุ๊ค สำนักงานพิศิษฐ์ ศรีสังข์ทนายความ
