- 02 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 2 มีนาคม 2561 จากกรณีเมื่อวันที่1 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกทำร้ายแม่ชีพนิดา อูปทอง อายุ 74 ปี ที่กุฏิของแม่ชี ในวัดธรรมาธีราราม(วัดป่าหลังโรงเลื่อย) ได้รับบาดเจ็บสาหัสในวันพระใหญ่มาฆะบูชา โดยลูกศิษย์แม่ชีเผยว่าที่ผ่านมาเคยมีเรื่องกับพระระดับสูงภายในวัดเป็นประจำเคยถูกพระในวัดรวมตัวกันไล่ออกจากวัดมาแล้ว
แต่แม่ชีไม่ยอมเพราะไม่มีความผิดอะไร จนกระทั่งถูกทำร้ายจนซี่โครงหักมาแล้วเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยต่อมาแม่ชีไปร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับคดีไม่คืบหน้าและแม่ชี เคยเก็บข้อมูล หลักฐานการบริหารงานภายในวัดทุกเรื่อง ซึ่งคาดว่าเป็นเหตุที่ทำให้แม่ชีถูกทำร้าย ตามที่ข่าวได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด พระมหาสมศักดิ์ จนุทธมโม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส บอกว่า การที่แม่ชีโดนทำร้ายนั้น ทางวัดนั้นไม่ทราบเรื่องราวอะไรเลย วันเกิดเหตุเป็นสำคัญทางศาสนาพระสงฆ์ทุกรูป สามเณรทุกรูปก็มาทำกิจ ที่ศาลาตั้งแต่ตอนเช้า 07.00 น. กว่าจะแล้วเสร็จก็ประมาณ 9 โมงเช้า อยู่ที่นี่ตลอดไม่รู้เรื่องราวว่าเป็นมาอะไรอย่างไร
ซึ่งข่าวที่ออกไปทำให้วัดเกิดความเสียหาย และในฐานะที่อาตมาเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสต้องออกมาทำหน้าที่แสดงความถูกต้อง ว่าข่าวที่ออกไปนั่นไม่เป็นความจริงซึ่งทางวัดไม่ได้ทำร้ายแม่ชีอย่างแน่นอนเพราะต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน โดยอาตมาเข้ามาอยู่วัดมากว่า 21 ปี
ที่ผ่านมาพระสงฆ์ สามเณร ร่วมทำกิจวัตรตามพุทธศาสนาทุกอย่าง แต่กิจวัตรของแม่ชีไม่เคยมาเข้ามาร่วมสังฆกรรม แม้แต่จะยกมือไหว้พระสงฆ์สามเณร ก็ยังไม่ทำ มีแต่จะบอกว่าให้พระให้เณรที่บวชใหม่ ไปยกมือไหว้แม่ชี โดยแม่ชีกล่าวว่าแม่ชีเป็นอาจารย์ของพระ ซึ่งก่อนที่แม่ชีจะเข้ามาอยู่ที่วัดนี้ เนื่องจากโดนขับไล่ออกมาจากวัดอื่น ด้วยความอนุเคราะห์ของเจ้าอาวาสองค์ก่อนรับไว้
พระมหาสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า แม่ชีส่วนมากจะเข้ามาวุ่นวาย ยกตัวเป็นใหญ่ คล้ายกับว่าจะทำหน้าที่ปกครองสงฆ์เอง ทั้งๆที่เป็นแค่ผู้อาศัย แต่มาทำเหมือนกับรู้เห็นเหมือนกับมาสั่งการให้พระสงฆ์ สามเณร ยอมรับตนเองให้เป็นผู้นำ
ด้านพระภูมิพัฒน์ จนทโชโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาส กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้ข่าวของลูกศิษย์แม่ชี ในครั้งนี้ก็มีการบิดเบือนเป็นอย่างมาก ทำให้วัดเสียชื่อเสียง เพราะฉะนั้นผู้ที่ให้ข่าวนี้ไม่มีมูลเหตุของความจริง แล้วไปให้ข่าวอย่างนี้ อาตมาก็ไม่ทราบว่าเค้าต้องการอะไร เพราะฉะนั้นอาตมาอยากให้สังคมได้รับรู้รับทราบตรงนี้ด้วย ว่าการที่จะเสพสื่อหรือข่าวสารอะไรต่างๆเนี่ยต้องใช้วิจารณญาณให้มากเพราะมันจะเสียไปหมด
ขณะที่นายณรงค์ อริยพงศ์สวัสดิ์ อายุ 65 ปี กรรมการวัด ซึ่งถูกแม่ชีเอ่ยปากระหว่างการรักษาว่า”คณะกรรมการ”บอกว่า จะไปทำทำไม” ในวันที่เกิดเหตุไม่มีใครรู้หรอกว่าแม่ชีโดนทำร้ายเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร เนื่องจากพระทั้งวัด พี่น้องประชาชนที่มาร่วมประกอบพิธี ทำบุญในวันมาฆบูชา ที่ศาลากันหมด และยืนยันว่าทางวัดและกรรมการวัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำร้ายแม่ชีแน่นอน
ส่วนเอกสารลับที่กล่าวมา บอกตรงๆว่าตั้งแต่ผมมาอยู่ที่วัด ทำอะไรโปร่งไสทุกอย่าง ไม่มีคำว่าจะมีลับลมคมใน สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งที่ผ่านมาทางวัด ทางกรรมการวัด ทางแม่ชี ก็ต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน และไม่ทราบว่าใครมาทำร้ายแม่ชี
ซึ่งผมมาวัดทุกวันๆและคณะกรรมการ ก็ไม่เคยเข้าไปยุ่ง วุ่นวายกับแม่ชี เพราะใครเข้าไปท่านก็จะรับในส่วนของคนที่ท่านรู้จัก อย่างพวกกรรมการวัดเข้าไป ท่านไม่ต้อนรับหรอก นายณรงค์
กล่าว
ภาพ/ข่าว วาทิตย์ แสนธุปี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
