- 02 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 มีนาคม 2561 ที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ร่วมกับ พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. นายสุนทรา พลไตร ผู้อำนวยการส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินคดีเครือข่าย บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด ตามมาตรการการปราบปรามการประกอบธุรกิจนำเที่ยวที่มีลักษณะเป็นทัวร์ต้นทุนต่ำ หรือทัวร์ด้อยคุณภาพ อันเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย
ทั้งนี้ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินให้ดำเนินการปราบปรามการประกอบกิจการธุรกิจนำเที่ยวที่มีลักษณะเป็นทัวร์ต้นทุนต่ำ หรือทัวร์ด้อยคุณภาพ อันเป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยในปี พ.ศ. 2559 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (เดิม), กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ร่วมกันตรวจสอบพบว่า บริษัท ไท่ลี่ หรือทรานลี่ เทรเวิล จำกัด และบริษัทในเครือ เป็นบริษัทที่ดำเนินการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งเรือนำเที่ยว รถบัสรับส่งนักท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก สปา ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกครบวงจร และตรวจสอบพบว่า นายกฤชกร รุ่งมงคลนาม และนายวีระชัย คำไผ่ประพันธ์กุล ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่มีการกระทำความผิด โดยใช้บัตรประชาชนที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดำเนินธุรกิจเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน จึงได้ขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับ ในข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ใช้หรือแสดงบัตรประชาชนอันเกิดจากยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทยด้วยการปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย”
โดยนายกฤชกรฯ ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนนายวีระชัยฯ หลบหนี ต่อมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมและได้ทำการเพิกถอนทะเบียนบริษัทในเครือข่ายทรานลี่ จำนวนทั้งสิ้น 15 บริษัท พร้อมกันนี้ได้มีการดำเนินคดีกับนายกฤชกรฯ และนายวีระชัยฯ ในความผิดเกี่ยวกับอั้งยี่, การใช้บัตรประชาชนโดยมิชอบฯ, การแจ้งความอันเป็นเท็จฯ รวมทั้งสิ้น 22 คดี นอกจากนี้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้มีคำสั่งยึดทรัพย์ของบริษัทในเครือ ทรานลี่ โดยยึดรถบัส จำนวน 117 คัน เรือ จำนวน 35 ลำ และทรัพย์สินอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 202 รายการ และได้นำทรัพย์สินขายทอดตลาดสามารถนำเงินคืนสู่แผ่นดินได้ทั้งหมด 204,894,000 บาท ใช้ระยะเวลาในการขายทอดตลาด 6 เดือน
สำหรับผลการดำเนินการทางคดีกับบุคคลในเครือข่ายบริษัท ทรานลี่ ทราเวล จำกัด ในปัจจุบัน กรณีของคดีอาญาในส่วนของ นายกฤชกรฯ ศาลตัดสินแล้วจำนวน 4 คดี ได้แก่ 1.เมื่อวันที่ 15 ก.พ.61 ศาลจังหวัดภูเก็ตพิพากษานายวีระชัยฯ (หลบหนี) และนายกฤชกรฯ มีความผิดข้อหา “อั้งยี่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคสอง (เดิม) ประกอบมาตรา 83 จำคุก 10 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสี่ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน 2.เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 59 ศาลจังหวัดภูเก็ตพิพากษา นายกฤชกรฯ มีความผิดข้อหาใช้บัตรประชาชนฯ แจ้งเท็จ ตาม ป.อาญา ม.137,267, พ.ร.บ.บัตรประชาชน พ.ศ. 2526 ม.14 ว.2,4 กรรมเดียวหลายบท จำคุกกระทงละ 6 เดือน ปรับกระทงละ 60,000 บาท รวม 18 เดือน ปรับ 180,000 บาท รับสารภาพลดโทษจำคุก 9 เดือนปรับ 90,000 บาท รอลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 2 ปี รายงานตัว 8 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 30 ชม.ผู้กล่าวหา นายทะเบียนราษฎรอำเภอเมืองภูเก็ต
เมื่อวันที่ 20 มี.ค.60 ศาลจังหวัดภูเก็ตพิพากษา นายกฤชกรฯ มีความผิดข้อหาใช้บัตรประชาชนฯ แจ้งเท็จ ตาม ป.อาญา ม.137, 267, พ.ร.บ.บัตรประชาชน พ.ศ.2526 ม.14 ว.2,4 กรรมเดียวหลายบท จำคุกกระทงละ 6 เดือน ปรับกระทงละ 10,000 บาท 7 กระทง รวม 42 เดือน ปรับ 70,000 บาท รับสารภาพลดโทษจำคุก 21 เดือนปรับ 35,000 บาท รอลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 2 ปี รายงานตัว 8 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 30 ชม. ผู้กล่าวหา นายทะเบียนทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท 4.เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 60 ศาลจังหวัดภูเก็ตพิพากษา นายกฤชกรฯ มีความผิด ข้อหาใช้บัตรประชาชนฯแจ้งเท็จ ตาม ป.อาญา ม.137,267, พ.ร.บ.บัตรประชาชน พ.ศ.2526 ม.14 ว.2,4 กรรมเดียวหลายบท จำคุกกระทงละ 6 เดือน ปรับกระทงละ 10,000 บาท 7 กระทง รวม 42 เดือน ปรับ 70,000 บาท รับสารภาพลดโทษจำคุก 21 เดือนปรับ 35,000 บาท รอลงโทษ 2 ปี คุมประพฤติ 2 ปี รายงานตัว 8 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 30 ชม. ผู้กล่าวหา เจ้าท่าภูเก็ต
ในส่วนของคดีแพ่ง เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2560 ศาลแพ่งได้มีคำสั่ง ตามคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.154/2560 ให้ทรัพย์สินจำนวน 202 รายการ มูลค่าประเมินประมาณ 104,646,564 บาท ของบริษัทในเครือข่ายทรานลี่ ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานอั้งยี่ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 27 ก.พ. 2561 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้เข้าแจ้งความ ร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ให้ดำเนินคดีกับนายกฤชกรฯ และนายวีระชัยฯ ในความผิดฐาน “ฟอกเงิน” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ เพิ่มเติม อีกข้อหาหนึ่ง
ข่าว/ภาพ อุทัย แสงสุวรรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ภูเก็ต
