- 04 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 4 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่มีการดูดทรายจากริมฝั่งแม่น้ำโขง ในห้วงระหว่าง อบต.ผาตั้ง ถึง เทศบาลตำบลสังคม ประมาณ 10 กิโลเมตร (ทางน้ำ) เพื่อรับทราบความต้องการของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการดูดทราย คือ ไม่อยากให้มีท่าทรายในพื้นที่ เพราะช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา เกิดปัญหาตลิ่งแม่น้ำโขงพัง, อาชีพการเกษตรในแม่น้ำโขงหายไป เพราะไม่มีหาดทรายกลางแม่น้ำโขงให้ทำการเกษตรปลูกพืชผัก, อาชีพประมง หรือการไหลเรือหาปลาแบบท้องถิ่นทำไม่ได้ เพราะปลาย้ายถิ่นอาศัย, เกิดปัญญาฝุ่นควันจากรถบรรทุกทราย ซึ่งไม่มีการกวดขันหรือบริหารจัดการที่ดี ตัวแทนชาวบ้านได้ร้องเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องก็เงียบหายไป ทำเป็นเหมือน “เอาหูไปนา เอาตาไปไร่”, มีการปลอมแปลงเอกสารในการทำประชาคม เพื่อขอสัมปทานดูดทราย สร้างความแตกแยกในชุมชน โดยใช้เงินเป็นตัวล่อ และที่สำคัญไม่มีจุดท่องเที่ยว ในการชมปรากฎการณ์บั้งไฟพญานาค และบั้งไฟพญานาคก็ไม่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอสังคม มาแล้ว 2 ปี หลังจากที่มีการสัมปทานดูดทราย
สำหรับประเด็นที่พบอีกนั่นคือ ท่าทรายในพื้นที่ บ้านผาตั้ง ต.ผาตั้ง อ.สังคม ทับถมคลองน้ำตามธรรมชาติ ได้แก่ห้วยน้อย, ห้วยฮัด น้ำไม่สามารถไหลลงสู่แม่น้ำโขงได้ตามธรรมชาติ เมื่อถึงฤดูฝนทำให้เกิดน้ำท่วมพืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้ยังริมฝั่งโขงได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นสวนมะเขือเทศ สวนพริก ได้รับความเสียหาย และปัญหาที่เดือดร้อนมากที่สุดในตอนนี้คือปัญหาการฟุ้งกระจายของทราย เพราะกองทรายที่ผู้ประกอบการดูดมาพักไว้ริมทางนั้นกองสูงมากเกือบเท่าภูเขาลูกเล็กๆ เลยทีเดียว
นายสมศักดิ์ โสดาบัน ส.อบต.หมู่ 2 ต.ผาตั้ง กล่าวว่าการทำประชาคม พื้นที่ หมู่ 2 บ้านปากโสม ส่อทุจริต หลังมีชื่อผีมาลงประชาคม บางคนบวชก็มีรายชื่อมาลงคะแนน บางคนอยู่ต่างประเทศ หรือแม้แต่ถูกขีดชื่อออกแล้วยังนับเป็นคะแนนก็มี ทั้งที่มีการร้องเรียนไปยังส่วนต่างๆ แล้วก็ตาม, คณะกรรมการระดับอำเภอ -จังหวัด ก็พิจารณาไม่ให้ต่อใบอนุญาต แต่ผู้ประกอบการและผู้นำหมู่บ้านและประชาชนผู้มีส่วนได้ (เงิน) ค่าจ้างลงคะแนนประชาคมก็ยังดื้อ ดันทุรังจะให้มีการดูดทรายอีก แม้กระทั่งมีคณะจากส่วนกลางลงมาตรวจสอบเรื่องก็เงียบหายไป ปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด.
ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
