- 05 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนักข่าว สื่อเมืองคอนจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคม 2561 โดยเดินทางบุกพิสูจน์โรงเรียนสุมหัว“ครูนก”เปิดกลางป่าสวนยางสอนการสื่อสารภาษาอังกฤษฟรี-พ่อแม่ ผู้ปกครองแห่นำบุตรหลานสมัครเรียนวันแรก 45 คน-เผยมีสามีเป็นนักธุรกิจเจ้าของบริษัทจำหน่ายสื่อการสอนและเทรนนิ่งการสื่อสารภาษาอังกฤษ-หวังเติมเต็มการสื่อสารให้เด็กเมืองคอนเพื่อเป็นวิทยาทาน
(5 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเนื่องวันนักข่าว ( 5 มีนา) ประจำปี 2561 ทางสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กำหนดทำกิจกรรมเนื่องในวันนักข่าวประจำปี 2561 โดยนัดรวมตัวกันที่อาคารที่ทำการสมาคม ฯชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นในเวลา 10.00 น. นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมฯ จะนำผู้บริหารและสมาชิกเดินทางไปกราบนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว และเดินทางไปมูลประชาร่วมใจและมูลนิธิ ไต้เต็กตึ้ง เพื่อร่วมบริจาคเงินซื้อโลงศพ ผ้าห่อศพ ก่อนจะเดินทางไปเยี่ยมนายอทิติ ทองชัย สื่ออาวุโส และนายยุทธนะ เตมะศิริ กรรมการสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทั้งสองป่วยต้องพักรักษาตัวนานกว่า 1 เดือน
ส่วนในช่วงค่ำ(5 มี.ค.) จะมีการเลี้ยงพบปะสังสรรค์ประจำปีที่ร้านอาหาร “ตู้เสบียง” โดยมีการทอล์คโชว์เรื่อง “สื่อมวลชนในยุค คสช.” โดยนายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมและประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีสื่อมวลชนในสังกัดสมาคมสื่อมวลชน ฯ พร้อมหัวหน้าส่วนราชการและผู้บริหารภาคเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (4 มี.ค.) คณะสื่อมวลชนจากสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ยากไร้ที่ทางสมาคม ฯเคยให้การช่วยเหลือสร้างบ้านให้ในช่วงวันนักข่าวทุกปี และยังได้เดินทางไปยังบ้านบ้านเลขที่ 6 หมู่ 6 ต.โพธิ์ทอง อ ท่าศาลา จ. นครศรีธรรมราช หลังจากที่ได้รับแจ้งว่ามีพ่อแม่ ผู้ปกครองจำนวนมากนำบุตรหลานอายุตั้งแต่ 6 ขวบ - 13 ปี เดินทางไปเรียนการพูดภาษาอังกฤษกับนางดวงใจ อีด อายุ 36 ปี หรือที่เด็ก ๆ เรียกว่า “ครูนก” ซึ่งเปิดสอนการพูดสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษให้ฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด มุ่งหวังให้เด็กไทยสามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับชาวต่างประเทศได้ ทำการเปิดสอนอาทิตย์ละ 1 วัน ในทุกวันอาทิตย์ เริ่มทำการสอนในเวลา 10.00-15.00 น. และทำการเปิดสอนวันอาทิตย์ที่ 4 มี.ค. 2561 ซึ่งเป็นวันแรก โดยมีพ่อแม่ ผู้ปกครองที่นำบุตรหลานมาสมัครเรียนบางเป็นคนร่ำรวย และที่เป็นข้าราชการ ขับรถยนต์หรูมาส่งบุตรหลาน
โดยเมื่อไปถึงพบว่าบ้านของนางดวงใจ หรือ “ครูนก” เป็นบ้านเดียวหลังเล็ก ๆ ปลูกอยู่กลางสวนยางพาราอาศัยอยู่กับนายนายเรมอล อีด ( Mr. raymon ede) อายุ 70 ปี สามีชาวอังกฤษ ส่วนโรงเรือนที่ใช้เป็นสถานที่สอนเด็ก ๆ เป็นการดัดแปลงโรงจอดรถข้างบ้าน ซึ่งทำด้วยไม้ หลังคามุงกระเบื้องมาเป็นเป็นอาคารโรงเรียน ไม่มีฝากั้นโดยเปิดโล่งทั้ง 4 ด้าน และพบนางดวงใจ หรือครูนก กำลังแนะนำเด็ก ๆ ซึ่งเป็นลูกศิษย์เกือบ 50 คนให้เล่นเกมส์ภาษาอังกฤษ รวมทั้งแยกกลุ่มทำกิจกรรมในป่าสวนยาง โดยเน้นย้ำให้เด็กใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกัน หรือแม้แต่การเรียกชื่อรูปภาพ วัสดุสิ่งของรอบ ๆ ตัวก็ให้เรียกเป็นภาษาอังกฤษ โดยพ่อแม่ ผู้ปกครองบางคนก็เฝ้ารับบุตรหลานกลับในช่วงเลิกเรียน ส่วนบางคนเมื่อส่งบุตรแล้วก็เดินทางกลับและจะมารับกลับตอนเลิกเรียนเวลา 15 .00 น.วันเดียวกัน
นางดวงใจ อีด หรือครูนก เปิดเผยว่า ตนเรียนจบจากวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต วิชาเอกด้านการบริหารและบัญชี มีสามีเป็นชาวอังกฤษชื่อนายเรมอล อีด ( Mr. raymon ede) อายุ 70 ปี นักธุรกิจเจ้าของ บริษัท ดีเวลลอปเมนท์ แบงคอก จำกัด ที่กรุงเทพมหานคร ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายสื่อการเรียน การสอน และเทรนนิ่งการใช้ภาษาอังกฤษให้กับผู้บริหาร หรือพนักงานบริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ปัจจุบันสามีได้เกษียณอายุการทำงานมาพักผ่อนให้คนอื่นดำเนินการบริหารแทน ส่วนสามีใช้เวลาในการท่องเที่ยวและผักผ่อนมากขึ้น ตนและสามีได้เล็งเห็นจุดอ่อนเรื่องการเรียนการสอนของประเทศไทยที่เน้นการสอนในห้องเรียนและสอนตามตำราเป็นหลัก ให้เด็กไทยส่วนใหญ่ขาดทักษะในหลาย ๆ ด้าน ไม่กล้าแสดงออกและอ่อนในเรื่องการใช้ภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษากลางที่จำเป็นต้องใช้ทั่วโลก เด็กไทยจึงขาดโอกาสในการประกอบอาชีพที่ดี ยิ่งในปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น โดยในภาคของการท่องเที่ยวภาษาอังกฤษจึงเป็นภาษาที่สำคัญ แต่เด็กไทย คนไทยมีปัญหาเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษ หากเด็กไทยหรือคนไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ก็จะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี และยังเป็นการช่วยภาครัฐในการประชาสัมพันธ์สื่อสารข้อมูล รายละเอียดเรื่องราวในชุมชน ในท้องถิ่นของตัวเองให้ต่างชาติรับรู้และเข้าใจได้อีกด้วย
“ก่อนตัดสินใจเปิดสอนภาษาอังกฤษได้ปรึกษาหารือกับสามีว่าอยากใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาผสมผสานกับประสบการณ์ตรงที่มีสามีเป็นชาวอังกฤษ เปิดสอนการพูดสื่อสารภาษาอังกฤษให้เด็ก ๆ ชาวนครศรีธรรมราช เพราะพบว่าแด็กส่วนใหญ่โดยเฉพาะที่มีฐานะยากจนขาดโอกาสในการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร สามีก็ไม่ขัดข้อง จึงกระทั่งเริ่มคิดค้นหารูปแบบ วิธีการสอน เพื่อให้เด็กไม่เบื่อ โดยได้จัดทำเอกสารการเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอนขึ้นมาเองทั้งหมด จากนั้นให้เพื่อนบ้านมาช่วยดักแปลงโรงจอดรถเป็นอาคารเรียนเปิดโล่ง ติดไวท์บอร์ดกลางโรงเรือน 1 แผ่น ส่วนการเรียนจะนั่งพื้นในลักษณะ “สุ่มหัวเรียน” พร้อมสร้างห้องสุขาในสวนยางห่างจากโรงเรือนประมาณ 30 เมตร สำหรับห้องสุขาทำด้วยไม้ไผ่กั้นด้วยกระสอบปุ๋ยขึ้น 1 ห้อง โดยตนตั้งใจให้เด็กรีบตัวเข้ากับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม มีความรัก สามัคคี ทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ไม่ติดยึดกับวัตถุหรูหราหรือความสุขสบายมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นลูกคนร่ำรวยหรือมีฐานะยากจนแค่ไหนก็ต้องปฏิบัติเหมือน ๆ กัน”
นางดวงใจ หรือครูนก กล่าวอีกว่า รูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบการ “สุ่มหัวเรียน” มีตนเป็นครูสอนเพียงคนเดียว ซึ่งตนได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์ในการสื่อสารภาษาอังกฤษมาจากสามีนานกว่า 10 ปี จึงถือว่าเด็ก ๆ ได้เรียนรู้กับเจ้าของภาษาที่แท้จริงและจะเชิญสามีมาพูดคุย สื่อสารกับเด็กเป็นช่วง ๆ เพื่อให้เด็กได้เกิดแรงกระตุ้นที่ได้พูดคุยกับเจ้าของภาษาที่แท้จริง การเรียนแบบนั่งพื้นและเดินเรียนในป่าสวนยางเป็นวิธีการเรียนรู้ตามธรรมชาติ โดยเมื่อเรียนครบตามเวลาที่กำหนดสามีของตนจะเป็นผู้สอบเด็กทุกด้วยตัวเองว่าสอบผ่านการสื่อสารภาษาอังกฤษหรือไม่ผ่าน ซึ่งหลังจากเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้วตนได้ประกาศรับสมัครนักเรียนทาง เฟซบุ๊กและกำหนดเปิดเรียนวันนี้ (4 มี.ค.)เป็นวันแรก ปรากฏว่ามีพ่อแม่ ผู้ปกครองนำบุตรหลานที่เรียนอยู่ชั้น ป.1-6 จากโรงเรียนต่าง ๆ ใน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ท่าศาลา อ.เมือง ลานสกา และนบพิตำ กว่า 10 แห่งรวมจำนวน 45 คน เป็นผู้ชาย 17 คน ผู้หญิง 28 คนมาสมัครเรียน ช่วงพักเที่ยงจะเลี้ยงอาหารและขนมอีกด้วย พบว่าการเปิดเรียนวันแรกเด็ก ๆ มีความสุขมาก ๆ
“สำหรับการเรียนจะเน้นการสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ ไม่เน้น ไวยากรณ์ หรือ Grammar ภาษาอังกฤษ โดยภาษาอังกฤษเริ่มต้นโดยคนทำเสียงที่พัฒนาเป็นคำวลีและประโยค ไม่บ่อยนักที่ภาษาอังกฤษพูดทั่วไปคงที่ตายตัว ภาษาอังกฤษทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เราเรียก"ไวยากรณ์ (Grammar)" เป็นเพียงภาพสะท้อนของภาษาอังกฤษที่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น ถ้าถามว่าเราจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษมั้ย ? คำตอบสั้นๆ คือ "ไม่จำเป็น" เราเป้าหมายคือการมุ่งให้เด็กสามารถสื่อสารหรือพูดคุยภาษาอังกฤษได้เท่านั้น” นางดวงใจ หรือครูนกกล่าวในที่สุด.
ภาพ/คลิป/ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช
ข่าว/ ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
