- 05 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากรณีคุณยายวัยไม้ใกล้ฝั่งอายุ85ปีที่สุราษฎร์ธานีได้บุกเดี่ยวยื่นหนังสือขอความคุ้มครองรักษาความปลอดภัยและขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด-ผู้บัญชาการมณฑลที่45 -ผู้บังคับการตำรวจหลังนายตำรวจยศร้อยตำรวจโทสังกัด สภ.ท่าชนะใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลใช้อำนาจมืดนำอาวุธปืนข่มขู่บุกยึดที่ดินสวนยางพารา/ปาล์มน้ำมัน/ทุเรียนจำนวน33ไร่เป็นของตัวเองพร้อมประกาศห้ามไม่ให้ใครเข้าพื้นที่หากฝ่าฝืนจะฆ่าให้ตาย เมื่อ 26 มกราคม2561ต่อมานายตำรวจคนดังกล่าวได้ยื่นหนังสือลาออกจากทางราชการพร้อมออกจากพื้นที่สวนดังกล่าว และล่าสุดอดีตนายตำรวจได้ส่งแรงงานต่างด้าวชาวพม่าหลบหนีเข้าเมืองเข้าไปอยู่ดูแลสวนพร้อมจัดเก็บผลผลิตปาล์มน้ำมันและผลผลิตทุเรียน ยายสุดทนแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจประจำป้อมเข้าจับกุมขณะนอนอยู่บนบ้านพักกลางสวนพบของกลางเป็นผลทุเรียนจำนวน 4 ลูกสอบสวนรับสารภาพซัดนายปืนลูกชายอดีตนายตำรวจส่งมา
จากรณีเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2561 นางบุญพา (พุฒ) มีเดช อายุ 85 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112/103หมู่ที่ 18 ต.ประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รุดเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ 3 หน่วยงานประกอบด้วย นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชาการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พลตรี มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 และ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมข้อเรียกร้องขอความเป็นธรรมและขอการคุ้มครองความปลอดภัย จากเหตุนายตำรวจยศร้อยตำรวจโทสังกัด สภ.ท่าชนะใช้อำนาจในหน้าที่และใช้อำนาจเถื่อนพร้อมอาวุธปืนข่มขู่เอาชีวิตหลังนายตำรวจคนดังกล่าวนำครอบครัวบุกเข้ายึดที่สวนยาง/ทุเรียน/ปาล์มน้ำมัน ที่กำลังให้ผลผลิตจำนวน 33 ไร่ หลังมีเหตุกับนายตำรวจตนถูกคนร้ายจำนวน 3 คนบุกเข้าปล้นบ้านถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส เสียเงินสดไป 750,000 สร้อยคอทองคำหนัก 6 บาท จึงขอให้ผู้นำ 3 หน่วยงานช่วยดำเนินการให้นำนายตำรวจพร้อมครอบครัวออกจากพื้นที่สวนของตน ประกอบคนที่ถูกตนร้องเรียนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกร้องขอให้ผู้บังคับบัญชาย้ายการปฎิบัติหน้าที่ของนายตำรวจคนดังกล่าวออกจากอำเภอท่าชนะ พร้อมขอกำลังคุ้มครองดูแลความปลอด เนื่องจากตนเป็นคนแก่อยู่บ้านเพียงคนเดียว ต่อมานายตำรวจคนดังกล่าว ได้ยื่นหนังสือลาออกจากทางราชการต่อ พ.ต.อ.ทักษิน ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะ พ.ต.อ.ทักษิน ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะได้เซ็นอนุมัติไปแล้วเช่นกัน พร้อมกันนี้ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลคุ้มครองความปลอดภัยผู้เสียหาย
ล่าสุดในวันนี้ ( 5 มีนาคม 2561)นางบุญพา (พุฒ) มีเดช ได้นำ ดาบตำรวจ ชนินท์ นิลทับ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำป้อมคลองสงค์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจอำเภอท่าชนะที่มี นายพลกฤต สุดสวาทดิ์ ปลัดป้องกันอำเภอท่าชนะเป็นหัวหน้าชุด เข้าจับกุมผู้บุกรุกเข้ายึดครองสวนปาล์มน้ำมัน ทุเรียนและยางพาราแปลงพิพาทดังกล่าว เมื่อทางเจ้าหน้าเข้าไปถึงพบประตูบ้านถูกล็อคจากด้านในเมื่อเรียกไม่ใครมาเปิด จึงได้นำบันใดไม้ไผ่มาพาดหน้าต่างตัวบ้านชั้น 2 พบมีคนนอนหลับอยู่ จึงได้จู่โจมเข้าจับกุมตัวนำตัวและนำตัวมาทำการสอบสวน ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนชื่อโจตาวา อายุ 32 ปี เป็นชาวพม่า ชนชาติกะเหรี่ยงหลบหนีเข้าเมืองมาอยู่เมืองไทยได้ปีเศษ และถูกนายปืนลูกชายอดีตนายตำรวจคู่กรณีเป็นคนส่งตนเข้ามาอยู่ดูแลในสวนดังกล่าว โดยมีนายปืนและบิดาเข้ามาเป็นครั้งคราว ล่าสุดเข้ามาตัดผลทุเรียนออกไปเมื่อ2 วันก่อน ส่วนผลทุเรียน 4 ลูกนายโจตาวา ยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ปีนต้นทุเรียนตัดลงมาเอง ในเวลาต่อมา พ.ต.อ.ทักษิน ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะ ทราบเรื่องได้ส่ง พ.ต.ท.อรรวุฒิ สุทธิวิริยาภรณ์ สวป.พร้อมด้วย ร.ต.อ.ดนัย จันทร์กลั่น พนักงานสอบสวนเข้าพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมควบคุมตัวนายโจตาวา ไปดำเนินคดีในข้อหา หลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและในขอหาลักทรัพย์ของผู้มีอาชีพทางการเกษตร
ด้านนางบุญพา (พุฒ) มีเดช ได้ระบุว่า ตนเข้ามาดูสวนเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 พบมีต้นทุเรียนจำนวนกว่า 50 ต้นจากต้นทุกเรียนจำนวน 100 กว่าต้นที่อยู่ในสวนกำลังให้ผลผลิตนอกจากนั้นยังมีต้นปาล์มน้ำมันกำออกลูกเช่นเดียวกัน แต่หลังจากตนกลับออกไปมีคนไปบอกกับตนว่า อย่าเข้าไปในสวนอีกจะมีคนทำร้ายอาจถึงตายได้ ด้วยความหวาดกลัวจึงไม่ได้เข้าไป แต่ได้ปรึกษากับผู้นำชุมชนและติดต่อไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้จึงได้ตัดสินใจนำเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม ถึงแม้ว่าไม่ยากจะทำแต่ก็จำเป็นเนื่องจากที่ดินสวนดังกล่าวตนซื้อมาด้วยเงินสดกว่า 4 ล้านบาท แต่ถูกคนที่เคยเอ็นดูและให้ความช่วยเขากลับมาทำร้ายยึดทรัพย์สินของตนไปแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งเรื่องที่ดินแปลงนี้ตนก็มอบหมายให้ทนายความดำเนินยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดไชยา โดยศาลได้ประทับรับฟ้องเป็นคดีดำที่ 49/2561 โดยศาลท่านมีเมตตานัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 23 เมษายน 2561 นี้ แต่วันนี้พบว่าคู่กรณียังไม่หยุดราวี ยังคงเดินหน้าทำความเสียหายให้กับตน โดยส่งพม่าเข้ามาอยู่ในสวนและยังมีการข่มขู่ทำร้ายอีก นอกจากนั้นยังมีการ ผลทุเรียนถูกตัดไปแล้วกว่า 30 ต้น ส่วนผลปาล์มน้ำมันก็ถูกตัดไปจนหมดเช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้ตนได้รับความเสียหายซ้ำซาก จึงทำให้เรื่องที่จะมีการพูดจาประนีประนอมกันคงเป็นไปได้ยาก ตนจะให้ทนายความดำเนินการถึงที่สุด
ภาพ/ข่าว ณัฐิธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
