- 05 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลภูสิงห์ นายธนูสินธุ์ ไชยศิริ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานในการประกาศเป็นชุมชนสะอาดไร้ถังสงขยะ ประชาชนจัดการขยะในครัวเรือนครบถ้วน 100% โดยรับการฟังบรรยายสรุปของเทศบาลตำบลตำบลสหัสขันธ์ ที่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ปลุกสำนึกและเรียนรู้จากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริงในการจัดการขยะในครัวเรือน ชุมชน โดยไม่มีถังขยะในชุมชน ที่นับว่าเป็นแห่งแรกของจ.กาฬสินธุ์ ที่ได้รับความร่วมมือและประสบผลสำเร็จอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอสหัสขันธ์ รศ.จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (ม.กส.) นายสุทธิพงษ์ บุตรสาพันธ์ อาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการการจัดการขยะฯ ม.กาฬสินธุ์ นายอดิศักดิ์ สมคะเณย์ นายก ทต.ภูสิงห์ นายวัชระ บุญยบุตร ปลัดเทศบาลตำบลภูสิงห์ นายสิรวิชญ์ ชนะสิมมา ผัวหน้าสำนักงานปลัด ทต.ภูสิงห์ ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการขยะในพื้นที่ ต.ภูสิงห์ฯ พร้อมตัวแทนจากจังหวัดและส่วนราชการ อ.สหัสขันธ์ จากนั้นได้ร่วมขบวนแห่ผ้าป่าขยะร่วมกับชาวบ้านในตำบลภูสิงห์ ที่ออกไอเดียสร้างสรรค์ประดิษฐ์ชุดแต่งกายจากขยะรีไซเคิล ตกแต่งรถขบวนด้วยขยะ และขยะมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของสวยงามสร้างสรรค์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ก่อนจะมอบประกาศนียบัตรให้กับตัวแทนชาวบ้านทั้ง 9 หมู่บ้าน
นายอดิศักดิ์ สมคะเณย์ นายก ทต.ภูสิงห์ กล่าวว่า เทศบาลตำบลภูสิงห์ มีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน 600 ครัวเรือน ประชากร 2,750 คน โดยทางเทศบาลตำบลภูสิงห์ติดกับเขื่อนลำปาว เขาภูสิงห์ ขณะที่บ้านเรือนของประชาชนจะติดกับไร่ นา และสวน อีกทั้งท่าปลาที่เป็นแหล่งประมงพื้นบ้าน ในแต่ละวันจะมีผู้คนเดินทางมารับซื้อปลาและผลผลิตทางการเกษตรอื่น ๆ จำนวนมาก ซึ่งสภาพแวดล้อมเดิมในพื้นที่ ต.ภูสิงห์ ที่ไม่เคยมีถังขยะในชุมชน ไม่มีรถเก็บชยะของเทศบาล โดยการจัดการขยะของชาวบ้านจะมีทั้งการเผา และขนย้ายไปทิ้งที่อื่น จนกระทั่งพบจุดวิกฤติขยะเริ่มมีมากขึ้นชาวบ้านเผาทำลายบ่อยขึ้น และพอกพูนเป็นขยะสะสมมีการเรียกร้องให้ทางท้องถิ่นจัดหาถังขยะและรถขยะ ซึ่งสถานการณ์เริ่มมีความน่าเป็นห่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเริ่มกระบวนการศึกษาข้อมูลการจัดการขยะและร่วมทำ MOU กับทางมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ที่มีโครงการจัดการขยะในชุมชนโดยทาง ทต.ภูสิงห์ได้เป็น 1 ใน 5 ของตำบลนำร่อง และประสบความสำเร็จจากการลงมือทำในทันที ปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอสหัสขันธ์ ประชาชนในพื้นที่ต.ภูสิงห์ ทั้ง 9 หมู่บ้าน และมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (ม.กส.)
“หลังจากการอบรมภาคทฤษฎีและเรียนรู้ปฏิบัติจริง ได้เริ่มลงมือทำภายใน 1 สัปดาห์พบว่าขยะเริ่มลดน้อยหายลงไป จากนั้นได้ตั้งคณะทำงานจาก 9 หู่บ้านเป็นผู้นำชุมชน ตัวแทนชาวบ้านและ อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) โดยอสม.จะเข้าไปให้คำแนะนำ กำกับดูแล ในอัตราคณะทำงาน 1 คน ต่อ 6-10 ครัวเรือน ในพื้นที่สาธารณะจะเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลเป็นผู้รับผิดชอบ วิธีการที่ดีที่สุดที่พบจากการลงมือทำคือการความสะอาด กำจัดขยะยกตำบล ไม่ให้มีเศษขยะ วัสดุแปลกปลอมอื่น ๆ ในพื้นที่ ซึ่งหลังจากประชาชนเรียนรู้การคัดแยกขยะ และเก็บขยะทางเทศบาลจะรับซื้อขยะ ก่อนจะรวบรวมไปจำหน่ายเป็นรายได้เข้ามายังรัฐอีกทางหนึ่ง” นายก ทต.ภูสิงห์กล่าว
ว่าที่ร้อยตรี ธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอสหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่ต.ภูสิงห์ ที่ประกาศเป็นชุมชนสะอาดไร้ถังขยะ ประชาชนจัดการขยะในครัวเรือนครบถ้วน 100% เป็นแห่งแรกของจ.กาฬสินธุ์ จากนี้จะเป็นการติดตามและรณรงค์ส่งเสริมให้เป็นอุปนิสัยให้เป็นชุมชนสะอาดอย่างยั่งยืน ข้อดีของการเป็นชุมชนเล็ก ๆ มีพื้นที่ติดกับเขื่อนลำปาวและภูเขาทำให้เกิดการจัดการขยะง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน พื้นที่อ.สหัสขันธ์ เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องใส่ใจดูแลเรื่องความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขยะและภูมิทัศน์ด้านอื่น ๆ ซึ่งทางอำเภอสหัสขันธ์จะขับเคลื่อนให้เป็นพื้นที่ปลอดถังขยะแบบ 100% ทั้ง 8 ตำบล ให้สมบูรณ์แบบโดยเฉพาะพื้นที่ ต.ภูสิงห์ ที่มีพื้นที่ติดกับเขื่อนลำปาว และภูเขาภูสิงห์ ที่จะส่งเสริมให้เป็นจุดเที่ยว กินกุ้ง ปลา จากแหล่งธรรมชาติต่อไป
“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต.ภูสิงห์ จากพื้นที่นำร่องจัดการขยะ 1 ใน 5 ตำบลของจ.กาฬสินธุ์ และนำมาสู่การเป็นตำบลแรกของจ.กาฬสินธุ์ ที่ประชาชนจัดการขยะในครัวเรือนของตนเองได้ครบ 100% นอกเหนือจากการได้รับความสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (ม.กส.) แล้ว การร่วมมือ การต่อยอดของท้องถิ่นและประชาชนเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ทำให้เกิดความสำเร็จนี้ และคิดว่ากระบวนการจะสมบูรณ์และยั่งยืนเพราะมีพลังประชาชนช่วยขับเคลื่อน เป็นหูเป็นตาร่วมช่วยกันอย่างพร้อมเพรียง” นายอำเภอสหัสขันธ์ กล่าว
นางอั้ว พัฒนสาร อายุ 65 ปี บ้านหนองฝาย ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ กล่าวว่า จากเดิมต้องนำขยะมาเผาทำลาย จากการอบรม เรียนรู้และเริ่มปฏิบัติ รู้สึกดีเพราะจากนี้ไปขยะจะไม่ใช่แค่ขยะแต่กลับเป็นวัสดุเหลือใช้ที่สามารถเก็บมาสร้างมูลค่าได้ ไม่ต้องเผาทำลายให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย ไม่ต้องถูกเพื่อนบ้านบ่นว่าให้กับควันไฟเผาขยะ ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยคัดแยกขยะ ทำความสะอาดและเก็บไว้เพื่อขายให้กับเทศบาล แม้จะไม่ใช่เงินมากมายก็มีความภูมิใจที่จะช่วยให้ชุมชนสะอาด น่าอยู่และมีสภาพแวดล้อมที่ดี
ภาพ-ข่าว/ชมพิศ ปิ่นเมือง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.กาฬสินธุ์
