- 05 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 5 มีนาคม 61 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เปิดเผยว่า หลังจากจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจส่วนหน้า ที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านคีรีล้อม หมู่ 8 ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินป่าต้นน้ำตามโครงการจัดการพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพรด้านทิศเหนือตอนบนในพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย มีพื้นที่เป้าหมาย แปลงบุกรุกระหว่างปี 2545-2557 และแปลงบุกรุกหลังปี 2557 รวมจำนวน 530 แปลง พื้นที่ 21,140.58 ไร่ หลังจากมีการบุกป่าเพื่อปลูกยางพาราและพืชไร่ในพื้นที่ป่าต้นน้ำ ทั้งนี้ผลการดำเนินการตามกำหนดเดิมยังไม่แล้วเสร็จแม้ว่าได้สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 200 นาย ล่าสุดจะขยายเวลาอีก 10 วัน โดยเริ่มปฏิบัติการอีกครั้งในวันที่ 12-22 มีนาคม นี้
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า จากแผนปฏิบัติการตรวจยึด ได้ 210 แปลง เนื้อที่รวม 8,700 กว่า ไร่ นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่สามารถอายัดไม้ยางนา ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามมีการแปรรูปจากเลื่อยโซ่ยนต์ ที่บ้านพักของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต.)รายหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางสะพาน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ผู้ครอบครองนำเอกสารหลักฐานแสดงที่มาของไม้ทั้งหมด หากไม่มีหลักฐานเมื่อพ้นระยะเวลาจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีทันที ยืนยันว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือเป็นมวยล้มต้มคนดูอย่างเด็ดขาด หากผู้ใดมีเบาะแสการครอบครองไม้เถื่อนในบ้านของนักการเมืองท้องถิ่นรายใดขอให้แจ้งข้อมูล ตนจะไปตรวจสอบด้วยตนเองทันที นอกจากนั้นได้ยึดอาวุธสงครามหลายรายการในสวนยางพาราที่มีการบุกรุก
นายนิธิ อาจสมรรถ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ที่ 3 สำนักบริหารพื้นที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า หลังยึดพื้นที่บุกรุกได้ตามเป้าหมาย จากนั้นจะใช้มาตรา 25 ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ 2507 เข้าทำการฟื้นฟูสภาพป่าตามขั้นตอนที่กำหนด โดยเสนอแผนงานขอใช้งบประมาณจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์และพันธ์พืช สำหรับการดำเนินงานจะแตกต่างจากการยึดคืนผืนป่าที่ปลูกยางพาราก่อนหน้านี้ในพื้นที่ อ.บางสะพาน หลังจากยึดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ แต่หลังตรวจยึดแล้วอ้างว่าไม่มีงบประมาณในการทำลายพืชอาสิน และพบว่าบางแปลงปล่อยให้ผู้บุกรุกเข้าทำกินในสวนยางพาราตามปกติ ทำให้ประชาชนมองว่าการปฏิบัติงานอาจมี 2 มาตรฐาน ยืนยันว่าในเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าจะต้องดำเนินการต่อเนื่องให้มีผลชัดเจน
“ สาเหตุที่มีการบุกรุกป่าในพื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว พบว่ามีการใช้แรงงานต่างด้าวเดินทางข้ามชายแดนไทย –เมียนมาเข้ามารับจ้างแผ้วถางทำลายพื้นที่ป่าต้นน้ำ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จากนั้นจะเริ่มถางป่าเจาะกลางผืนป่าที่สมบูรณ์ใกล้ชายแดนหลายจุดและเชื่อมโยงเข้าหากัน เช่นเดียวกับการรุกป่าในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อขายให้นายทุนทั้งในและนอกพื้นที่ยอมรับว่าการรุกป่าทำเป็นขบวนใหญ่ ขณะนี้ได้รายงานให้ คสช. ทราบแล้ว”นายนิธิ กล่าว.
ภาพ/ชุด ฉก.พญาเสือ
ข่าว/ ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
