- 06 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 99 หมู่ 8 บ้านโนนดู่ ต.ศรีสำราญ อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ นายสันติ ประจญ อายุ 32 ปี เปิดเผยว่า นายวิทยา ไชยเดชกำจร ปลัดอาวุโส อ.วังหิน พร้อมด้วย นายสรยุทธ หงส์ทอง ที่ดินอำเภอวังหิน นายมงคล อุทัย นายก อบต.ศรีสำราญ นายเจริญ พิมมการ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 บ้านโนนดู่ ได้เดินทางพบตน หลังจากที่ตนได้โพสต์คลิปผ่านทางเฟซบุ๊คว่า ถูกนายทุนรังแก โดยการนำเอารถไถมาทำการไถรุกล้ำที่ดินของตนที่มีอยู่เพียง 60 ตารางวา ทำให้ศาลพระภูมิ และตาข่ายที่ใช้กางป้องกันไม่ให้ปลาดุกที่เลี้ยงไว้กว่า 1,000 ตัวออกไปจากสระภายในบริเวณบ้าน ซึ่งปรากฏว่า คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจมีคนเข้าไปชมหลายแสนคน และมีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่จะโจมตีนายทุนที่ไปไถที่ดินทำให้ทรัพย์สินของนายสันติได้รับความเสียหาย
นายสันติ ประจญ เจ้าของที่ดินที่ได้รับความเสียหาย กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนไปทำงานต่างจังหวัด มีเพียงแม่ของตนคือ นางผั้น ประจญ อายุ 78 ปี อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งพบว่า มีการนำเอารถไถนามาทำการไถนาที่ติดกับที่นาของตนซึ่งมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินซึ่งแม่คือนางผั้นได้ยกที่ดินให้ตนแล้ว เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2558 โดยจากการไถที่ดินปรากฏว่าทำให้ศาลพระภูมิของโค่นล้มลง และตาข่ายที่ตนซื้อมาใช้กางกั้นในการป้องกันไม่ให้ปลาดุกที่เลี้ยงไว้หนีออกไปจากสระได้รับความเสียหาย ซึ่งตนได้แจ้งให้เจ้าของที่นาที่อยู่ติดกันให้ทราบแล้ว แต่ว่าไม่ได้รับความสนใจ อีกทั้งมากล่าวหาว่า ตนตั้งศาลพระภูมิรุกล้ำเข้าไปในที่สาธารณะ ทั้งที่ตนตั้งศาลพระภูมิในเขตบ้านของตนที่มีเนื้อที่ 60 ตร.วา ที่มีโฉนดที่ดินถูกต้อง การที่ทรัพย์สินของตนได้รับความเสียหาย ตนได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.วังหิน จ.ศรีสะเกษแล้ว แต่พนักงานสอบสวนเพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น โดยอ้างว่าเหตุการณ์ได้เกิดมานานแล้ว ตนไม่มีที่พึ่งจึงได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊คเพื่อให้ประชาชนชาวไทยที่รักความเป็นธรรมทั่วประเทศและทั่วโลกได้รับทราบ และปรากฏว่า มีผู้ที่เข้าไปอ่านรวมทั้งแสดงความคิดเห็นหลายแสนคนด้วยกัน
ทางด้าน นายวิทยา ไชยเดชกำจร ปลัดอาวุโส อ.วังหิน กล่าวภายหลังสำรวจพื้นพิพาทที่ดินแล้วว่า ตนได้รับมอบหมายจาก นายอำเภอวังหินให้เข้ามาทำการไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทที่ดินในครั้งนี้ เนื่องจากว่า กรณีนี้มีการเผยแพร่ทางสื่อโซเชี่ยลและได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า การที่เจ้าของที่นาที่อยู่ติดกันใช้รถไถที่นาแล้วไม่พบว่า มีการรุกล้ำเข้าไปในเขตที่ดินของนายสันติแต่อย่างใด แต่ว่า การไถนาแล้วไปทำให้ทรัพย์สินของนายสันติ ได้รับความเสียหายคือ ศาลพระภูมิและตาข่าย ที่ยังปรากฏว่าหลักฐานอยู่ ซึ่งการที่ทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหายก็จะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากว่า นายสันติ มีโฉนดที่ดินเป็นของตนเอง ย่อมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง แต่ว่าจะมีการชดใช้ค่าเสียหายเท่าใดนั้น จะต้องมีการเจรจากันทั้ง 2 ฝ่ายเสียก่อนจึงจะสามารถหาข้อสรุปในเรื่องนี้ได้
ต่อมาวันเดียวกัน นายบุญทัน สมจิตร อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 256 หมู่ 5 บ้านนาขนวน ต.ขนุน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และเป็น นายก อบต.ขนุน อ.กันทรลักษ์ ซึ่งมีที่นาติดกันกับนายสันติ ได้เดินทางมาพบกับคณะของปลัดอาวุโส อ.วังหิน พร้อมทั้งได้สำรวจบริเวณพื้นที่ที่มีปัญหา โดยนายบุญทัน กล่าวว่า การที่นายสันติมีการเผยแพร่เรื่องนี้ทางสื่อโซเชี่ยลทำให้ตนได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่ว่าตนจะไม่โต้ตอบตามสิทธิ์ ซึ่งในช่วงที่มีการไถนา ตนได้ให้ลูกชายมาดูแล โดยที่นาของตนตรงนี้มีเนื้อที่ 4 ไร่ และไม่ทราบว่า การไถนาดังกล่าวทำให้ทรัพย์สินของนายสันติได้รับความเสียหาย
นายบุญทัน กล่าวต่อไปว่า การที่นายสันติ แจ้งว่า ศาลพระภูมิได้รับความเสียหายนั้น ตามความเป็นจริงแล้ว ศาลพระภูมิจะเป็นศาลพระภูมิเก่าและวางอยู่ใต้ต้นไม้ เนื่องจากว่ามีการเปลี่ยนศาลพระภูมิใหม่ ซึ่งอาจจะโดนพานท้ายไถไปโดนทำให้เสียหาย ส่วนตาข่ายที่เสียหายนั้น ตนพร้อมจะชดใช้ค่าเสียหายให้ ตนต้องการยุติเรื่องนี้ เพราะว่า ทุกคนในหมู่บ้านล้วนแต่เป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น ตนยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับนายสันติ จำนวน 3,500 บาท เพื่อเป็นการเยียวยาชดเชยที่นายสันติได้รับความเสียหายในครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การที่นายสันติ ได้รับค่าเสียหายจำนวน 3,500 บาทนั้น ปรากฏว่า นายสันติมีความพอใจและให้ นางผั้น ประจญ ซึ่งเป็นแม่ได้รับเงินแทน ขณะนายวิทยา ไชยเดชกำจร ปลัดอาวุโส อ.วังหิน ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการบันทึกข้อตกลงโดยให้ทั้ง 2 ฝ่ายลงลายมือชื่อเอาไว้เป็นหลักฐานว่า การเจรจาแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยแล้ว และทั้ง 2 ฝ่ายไม่ติดใจเอาความกันอีกต่อไป ซึ่งจะได้รายงานให้ นายอำเภอวังหิน และนายธวัช สุระบาล ผวจ.ศรีสะเกษ ได้รับทราบต่อไป
ภาพ/ข่าว ชยงค์ มณีพันธุ์เจริญ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดศรีสะเกษ
