- 07 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(7 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเฟซบุ๊ค “เสนอ ผันแปรจิตร” นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของกิจการร้าน “แดรี่ฮัท”หลายสาขาในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้โพสต์ภาพและข้อความต่อเรื่อง 2-3 วัน ทำให้มีชาวโลกโซเขี่ยลเข้าไปวิพากวิ จารณ์สอบถามเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น ล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ (7 มี.ค.) ได้โพตส์ภาพที่นายเสนอ ได้เข้าพบนายจำเริญ ทิพำญพงษ์ธาดา ผู้ว่าราชการจัวหวัดนครศรีธรรมราช และ พล.ต.ต.วัยไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พร้อมข้อความว่า “สวรรค์มีตาเทวดามีจริงขอกราบขอบพระคุณท่าน ผวจ.ท่าน จำเริญ ทิพญพงค์ธาดาและ ผบก.ภ.จว. พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ที่ไห้ความเมตตารับเรื่องร้องเรียนขอกระผมและรับฟังเหตุผลของกระผมและบอกไห้ผมอโหสิกรรมไห้กับคนที่กระทำกับกระผมถ้าไม่ได้ท่านทั้งสองไม่รู้ว่าผมจะมีชีวิตรอดหรือไม่ผมขออโหสิกรรมไห้กับคนที่ป่วยและคิดจะทำร้ายผมก็แล้วกันนะครับ กราบขอบพระคุณครับ”
และเมื่อวานนี้ (6 มี.ค.) นายเสนอได้โพสต์ภาพบุคคลหนึ่ง โดยแต่งภาพด้านบนเป็นรูปหัวกะโหลกปิดบังใบหน้าที่แท้จริงบุคในภาพไว้ พร้อมข้อความว่า “ผมนาย เสนอ ผันแปรจิตร มีเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ของเมืองคอนดูถูกเหยียดหยามว่าผมมันส์เป็นขยะ ผมคนนี้แหละจะเป็นขยะเผาไหม้เจ้าของธุรกิจคนนี้ที่มีคนชื่นชมเคารพไห้ตายในกองไฟ. ผมจะกระชากหน้ากากมาไห้ชาวนครศรีธรรมราชรู้ภูมิหลังคนชั่วช้าคนนี้ไห้ดู”
นอกจากนี้ในวันที่ 5 มี.ค. 2561 ได้โพสต์ภาพตัวเองหลายภาพพร้อมข้อความว่า “ความโกรธ ความเกลียด ความเครียดแค้น ความอาฆาตพยาบาทต่อคนอื่นๆ ไม่เคยทำให้ใครมีความสุข มีแต่นำความทุกข์เข้ามาไห้ตัวเองตลอดเวลา คิดว่าเมื่อไหร่เค้าคนนั้นจะตามมาแก้แค้นล้างแค้นทำให้ชีวิตไม่มีความสุขทุกข์อยู่ตลอดเวลา แค้นนี้ต้องจดจำไว้ตลอดไปสิบปียี่สิบปีสามสิบปีก็ยังไม่สายสามารถจัดการได้ตลอดไปจำไว้ใครทำอะไรกับผมไว้จะได้รับผลกรรม ธรณีนี่นี้เป็นพยานผมก็สิทธิ์มีอาจารย์เหมือนกัน ในโลกนี้ไม่มีใครใหญ่กว่าโลง จำใส่กะลาเอาไว้”
โดยผู้คนจำนวนมากที่เข้าไปคอมแมนท์ในเฟซบุ๊คของนายเสนอ โดยเฉพาะมีผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “ Jimmy Chawala” ซึ่งก็คือนายจิมมี ชวาลา คหบดีมหาเศรษฐีใจบุญ เจ้าของกิจการร้าน “จิมมีคลังผ้า “ ซึ่งได้บริจาคเงินเพื่อสาธารณะกุศลมาแล้วเกือบ 200 ล้าน โดยล่าสุดบริจาคเงินในนามชาวนครศรีธรรมราชจำนวน 16 ล้านบาทร่วมโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” และบริจาคสร้างอาคารโรงพยาบาลมหาราช จ.นครศรีธรรมราช 10 ล้านบาท รวมอยู่ด้วย และมีการคอมเมนท์ในลักษณะตอบโต้เหมือนกับว่านายจิมมี่ เป็นคู่กรณีความขัดแย้งกับนายเสนอ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้อความที่นายเสนอคอมเมนท์ตอบโต้ถึงขั้นกว่าหาว่า “ท่านบังคับให้ผมกราบตีน และท่านให้มือปืนเอาปืนจี้หัวผม “ ในขณะที่นายจิมมี่ ได้โพตส์ข้อความตอบโต้อย่างดุเดือดเช่นกันว่า ““ผมจะไม่ให้อภัยโดยเด็ดขาดถ้ายังเหิมเกริมและยโสโอหัง” และ “ล้มเหลวทางธุรกิจแล้วมาพาลผม (ถึงในร้านผม) แล้ววันนี้คุณเสนอจะขู่ผม และครอบครัวหรือ” ในขณะที่นายเสนอ โพสต์โต้ตอบกลับไปว่า “ก็แล้วแต่ท่านจะเมตตากรุณาครับ แต่ผมอภัยทานให้ท่านครับ แต่จะไม่อภัยมือปืนที่ท่านให้มันเอาปืนมาจี้ผม และท่านชี้ไปที่ตีนท่านให้ผมก้มลงกราบ ผมก็ยอมกราบเท้าท่านแล้วครับ” และข้อความตอบโต้ของนายเสนอกับนายจิมมี่ อีกหลายข้อความ สร้างความสงสัยและสนใจให้กับชาวโลกโซเชี่ยลอย่างกว้างขวาง และพยายามสอบถามหาที่มาที่ไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลทั้งสอง จนกระทั้งมีสื่อออนไลน์บางสำนักออกมาโพตส์ระบุถึงคู่ขัดแย้งในทอนองว่า “ซเล็บฯ เมืองคอน ‘จิมมี่-เสนอ’ เปิดศึกหนักถึงขั้นปืนจ่อหัวให้กราบตีน”
เกี่ยวกับเรื่องนี้นายจิมมี่ ชวาลา ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนในโอกาสที่เดินทางไปร่วมงานวันนักข่าว 5 มีนาคม 2561 ที่ร้าน “ตู้เสบียง” สามแยกนาหลวง ถนนทางไปปากพนัง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชว่า ปัญหานายเสนอ มีปัญหาธุรกิจล้มเหลว เคยเข้ามาขอคำแนะนำกับผม ซึ่งผมก็ได้แนะนำไปว่า “คุณเสนอจะต้องอยู่ในร้าน ไม่ควรไปปรากฏตัวตามร้านอาหารต่าง ๆ ดื่มเหล้า เมามาย ขึ้นเวทีร้องเพลง ลูกค้าและคนทั่วไปเขาจะไม่นับถือ ไม่เชื่อมั่น ดังนั้นคุณเสนอจะต้องอยู่บริหารจัดการภายในร้านของตัวเอง นอกจากนั้นยังมาขอความช่วยเหลือด้านการเงินจากผมด้วย โดยผมให้เกียรติคุณเสนอมาตลอด แต่คุณเสนอกลับไม่ให้เกียรติผม ทำเรื่องที่ไม่เหมาะสม ทำให้คนทั่วประเทศมองผมในภาพไม่ดี ผมเสียหายเป็นอย่างมาก
“เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค. 2561 เบียร์ยี่ห้อดังได้จัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่สนามลีวัฒนา ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีศิลปินดังประกอบด้วย ตูล บอดี้แสลม, โปเตโต และ ดา เอ็นโดร์ฟิน และทางผู้จัดได้เชิญผมไปเกียรติเนื่องจากผมเคยบริจาคร่วมโครงการให้ “ตูน” 16 ล้านบาท ซึ่งผมก็ไปและอยู่ในพื้นที่ที่เขาจัดไว้ให้ ในขณะที่มีผู้ชมจำนวนมากที่มาชมคอนเสิร์ตและดื่มเหล้า เบียร์และเต้นรำกันอย่างสนุกสาน ในจำนวนนั้นมีนายเสนอ ร่วมอยู่ด้วย เมื่อเห็นผมนายเสนอก็เข้ามาหา ในลักษณะอาการที่เมามาย พูดจาเสียงดัง และมีการเข้ามาใกล้ชิดกับผมและถ่ายรูปกับผม ก่อนจะนำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊ค ระบุข้อความไม่เหมาะสม รวมทั้งในภาพติดกระป๋องเบียร์ไปด้วย ทำให้คนจำนวนมากเข้ามาคอมแมนท์วิพากวิจารณ์ผมในภาพลบจำนวนมาก พรรคพวกเพื่อนฝูงของผมได้แค๊ปข้อความและภาพหน่าจอเฟซบุ๊คส่งมาให้ผมดู ผมจึงโทรศัพท์ไปตำหนิ ต่อว่านายเสนอ และขอให้นายเสนอมาหาผมที่ร้าน “จิมมี่ คลั่งผ้า”ตลาดท่าวัง ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช”
นายจิมมี่ กล่าวอีกว่าหลังจากนั้นนายเสนอ ได้ลบภาพและข้อความที่โพสต์ออกและเดินทางมาพบผมที่ร้านชั้น 4 แต่แทนที่คุณเสนอจะฟังผม คุณเสนอกลับชักแม่น้ำทั้งห้า และหลักพุทธศาสนามาเทศนาสั่งสอนผม ตำหนิผมเสีย ๆ หาย ๆ คุณเสนอมีสิทธิ์ อะไรที่จะมาสั่งสอนผม ทำให้ผมไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ผมจึงอ๊อดเรียกพนักงาน 2 คนเข้ามาในห้องและสั่งให้ตบปากคุณเสนอ และขอให้คุณเสนอกราบขอโทษผม พนักงานของผมจึงเข้าไปกระชากคอเสื้อคุณเสนอ แต่ไม่ได้ตบปากตามที่ผมสั่ง โดยคุณเสนอก็ยอมก้มกราบผม ผมจึงไล่ให้คุณเสนออกจากห้องผมไป
“ส่วนที่คุณเสนอไปโพสต์อ้างว่าผมให้มือปืนชักปืนจี้หัวนั้นไม่เป็นความจริง แต่เชื่อว่าคุณเสนอโพสต์ในลักษณะนั้นเพราะต้องการทำลายผมต่อไปอีก คุณเสนอไม่สำนึกในสิ่งที่ตัวเองทำกับผม สร้างความเสียหายให้กับผม และการที่ไปร้องเรียนกับท่านผู้ว่า ฯและท่านผู้การ ฯ ผมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เพราะเชื่อว่าทั้งสองท่านเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ใครเป็นอย่างไร และหากเชิญผมไปผมต่อหน้าท่านผู้ว่า ฯและท่านผู้การ ฯ ผมจะตบปากคุณเสนอต่อหน้าผู้ส่า และผู้การอีกด้วย”
นายจิมมี่ กล่าวอย่างเหลืออดเหลือทนอีกว่า คุณเสนอมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายครั้งกับผม โดยก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องหนึ่งที่ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมผิดศีลธรรมอย่างรุนแรง และสร้างความเสียหายให้กับผมเป็นอย่างมาก แต่ผมก็พยายามอดทนมาตลอด จนเมื่อถึงครั้งนี้มันเหลือจะทนจริง ๆ อย่างไรก็ตามหากคนนครศรีธรรมราชมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายทำลายผมและครอบครัวเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมทุ่มเท เสียสละสร้างประโยชน์ให้กับสังคมนครศรีธรรมราชมากมาย แม้แต่การเสียภาษีธุรกิจครอบครัวผมก็จ่ายภาษีหลายสิบล้านบาทในแต่ละปี หากคนนคร ฯไม่ต้องการผม ผมและครอบครัวก็พร้อมที่จะไปอยู่จังหวัดอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้หลักผู้ใหญ่ในหลายจังหวัดรวมทั้งในกรุงเทพำซึ่งผมมีธุรกิจในเครือข่ายอยู่หลายแห่งเขาก็ต้องการผม เมื่อคนนคร ฯเขาไม่ต้องการผม ต้องการทำลายผม ผมก็พร้อมที่จะไปทันที นายจิมมี่ กล่าวเสียงละห้อยในที่สุด.
ภาพ/ศูนย์ขช่าวนคร 24 ชม./สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช/เสนอ ผันแปรจิตร
ข่าว/ ผู้สื่อข่าวเฉพาะกิจ สำนักข่าวทีนิวส์
