- 07 มี.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 7 มีนาคม 2561 สถานการณ์ปัญหาหมอกควันและไฟป่าของจังหวัดลำพูน สูงเกินมาตรฐานวันแรกในรอบปี 126 ไมโครกรัม พบค่าฝุ่นละอ่องขนาดเล็กในอากาศพุ่งสูงเกิดค่ามาตรฐาน MP 10 สูงเป็นวันแรก วัดได้ 126 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากสถานีวัดค่ากรมควบคุมมลพิษทางอากาศ อำเภอเมืองจังหวัดลำพูน อยู่ในระดับสูงเกิดค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ 120 ไมโครกรัมสูงขึ้น 6 ไมโครกรัม ซึ่งมีผลกระทบต่อสุภาพของประชาชน บางชั่วโมงค่าอากาศพุ่งสูงถึง 137 ไมโครกรัม
เนื่องจากที่ผ่านมาจังหวัดลำพูน ได้มีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นหลายจุดเป็นบริเวณกว้าง ตามพื้นที่แนวป่าสงวนแห่งชาติ ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 –6 มีนาคม ที่ผ่านมา พบจุดความร้อนเกิดขึ้นมากกว่า 30 จุด ในเขตลำพูน พบมากที่สุดอยู่ในเขตอำเภอทุ่งหัวช้าง และอำเภอบ้านโฮ่ง ซึ่งเกิดจากชาวบ้านออกไปหาของป่า ความพยายามของการรณรงค์แก้ปัญหาต่างๆทั้งการประชาสัมพันธ์ การปลุกจิตสำนึก การขอความร่วมมือจากประชาชน การประกาศเสียงตามสาย รวมถึงการบังคับใช้กำหมาย ยังไม่ได้ผล ยังมีพวกมักง่ายไร้จิตสำนึกแอบลักลอบเผาป่า และเผาเศษไม้ใบหญ้าอยู่ทุกวัน
ทั้งนี้สำหรับประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ประสบปัญหาหมอกควันปกคลุมอยู่ในขณะนี้ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรเตรียมหน้ากากอนามัยไว้สวมใส่ หรือผ้าที่มีความชื้นปิดจมูก เพื่อป้องกันฝุ่นควันเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะเด็ก และ ผู้สูงอายุ ช่วงบ่ายวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ ปภ.ลำพูน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง ได้นำเครื่องพ่นละอองน้ำ ไปพ่นตามแหล่งท่องเที่ยว และสนามกีฬา เขตเทศบาลเมืองลำพูน เพื่อลดปัญหาหมอกควัน ซึ่งการฉีดพ่นน้ำดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านว่า เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เป็นเพียงการสร้างภาพของการทำงานเท่านั้น เพราะจุดที่พ่นน้ำในบริเวณสนามกีฬา ตรงจุดที่เครื่องวัดสภาพอากาศตั้งอยู่ การฉีดพ่นน้ำให้เป็นละอองบริเวณนั้นก็เพื่อลดค่ามาตรฐาน MP 10 เพื่อรายงานให้ผู้บังคับบัญชาว่าตัวเลขปัญหาหมอกควันได้ลดลงแล้ว แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง
ชัชวาลย์ คำไท้ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดลำพูน
